จากกรณีที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวชายวัยรุ่น 2 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุวางวัตถุระเบิดที่ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้บนรถโดยสารที่ จ.ชุมพร ขณะทั้ง 2 กำลังเดินทางกลับไปยัง จ.นราธิวาส ประกอบด้วย นายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/6 หมู่ 4 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และ นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 2 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายมายังศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อสอบสวนขยายผล ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา มารดาของนายลูไอ แซแง พร้อมด้วยญาติพี่น้อง และน้องสาวของนายวิลดัน มาหะ พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้เดินทางมาขอเข้าพบนายลูไอ แซแง และนายวิลดัน มาหะ สองผู้ต้องสงสัยลอยวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิทักษ์สันติ ได้อำนวยความสะดวก ให้ทยอยเข้าเยี่ยม โดยจัดรถรับส่ง ระหว่างศูนย์เยี่ยมญาติ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า กับศูนย์พิทักษ์สันติ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับญาติของทั้ง 2 ราย โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามไปบันทึกภาพแต่อย่างใด
น้องสาวของนายวิลดัน มาหะ เปิดเผยหลังจากเดินทางไปพบพี่ชายที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ว่า รู้สึกดีใจที่ได้พบกับพี่ชาย สบายใจที่รู้ว่าอยู่ที่นี่ พี่ชายปลอดภัยดี แต่ไม่ค่อยได้คุยกันมากเท่าไหร่ ส่วนเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้สอบถามกับพี่ชาย และก็ไม่ทราบว่าจะต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน แต่ก็จะมาเยี่ยมพี่ชายทุกวัน เพราะอยู่ไม่ไกลกับที่บ้าน ตัวเองก็มีความกังวล กลัวว่าพี่ชายจะโดนทำร้าย แต่ที่เจอวันนี้พี่ชายก็สบายดี
ด้านมารดาของนายลูไอ แซแง เปิดเผยหลังจากได้พบกับบุตรชาย ว่า ได้เจอบุตรชายแล้วก็พบว่าสบายดี ปลอดภัยดี เห็นแล้วสบายใจ ก็ได้ถามทุกข์สุขกันธรรมดา เพราะคุยอะไรกันไม่ได้มาก ก็ได้บอกบุตรชายไปว่าญาติๆ ฝากทักทายมา ส่วนเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองก็ไม่ได้ถามบุตรชายว่าเรื่องเป็นอย่างไร บุตรชายก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พูดคุยกันตามธรรมดา บุตรชายเล่าให้ฟังว่าหลังจากถูกควบคุมตัวก็ถูกส่งมาที่นี่ ไม่ได้ถูกนำตัวไปกรุงเทพฯ หลังจากวันนี้ตนเองก็ขอฝากเจ้าหน้าที่ ได้เห็นหน้าบุตรชายแล้วก็สบายใจ รู้ว่าปลอดภัย แต่อยากจะขอว่าหากจะมีการเคลื่อนย้ายบุตรชายของตนไปที่ได้ ก็อยากให้เจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งตนเองด้วย และบุตรชายบอกกับตนเองว่า ไม่เป็นไร เขาสบายดี

