เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน ที่กองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 (กก.สส.2 บก.สส.ภาค 3) จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ประสงค์ เรืองเดช รอง ผบก.สส.ภาค 3 พร้อม พ.ต.ท.ศุภชัย ปักโคทานัง สว.กก.สส 2 บก.สส.ภาค 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.2 บก.สส.ภาค 3 ได้ร่วมกันสอบปากคำ นายสมศักดิ์ ฤทธิรงค์ อายุ 52 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 43/5 หมู่ 2 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา มีพฤติกรรมอ้างตัวเป็นทนายความ เปิดสำนักงานว่าความโดยผิดกฎหมาย
พ.ต.อ.ประสงค์ รอง ผบก.สส.ภาค 3 เปิดเผยพฤติการณ์ว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายในพื้นที่ จ.นครราชสีมา หลายราย ถูกนายสมศักดิ์อ้างตัวเป็นทนายความเปิดสำนักงานรับว่าความให้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องคดีในชั้นศาล โดยเรียกรับเงินล่วงหน้า แต่หลังจากที่ได้เงินไป นายสมศักดิ์ไม่ได้ใส่ใจติดตามคดี หรือมีความคืบหน้าของคดีแต่อย่างใด ที่ผ่านมามีเหยื่อหลงเชื่อถูกเรียกรับเงินไปแล้วรวมหลายแสนบาท หากผู้ว่าจ้างเป็นหญิงสาวหน้าตาดี นายสมศักดิ์จะใช้กลอุบายหลอกล่อเพื่อขอร่วมหลับนอนด้วยเพื่อแลกกับการว่าความเคลียร์คดีให้โดยไม่คิดเงิน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐาน และนำกำลังเข้าตรวจค้นที่สำนักงานทนายความ สมศักดิ์ ฤทธิรงค์ เลขที่ 125 หมู่ 7 ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบบัตรทนายความปลอม ระบุชื่อสมศักดิ์ ฤทธิรงค์ โดยปลอมลายเซ็น นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ และนายจะเด็ด สกุลพราหมณ์ นายทะเบียนสภาทนายความ พร้อมทำตรายางสภาทนายความรวม 6 อัน จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ ผู้ต้องหาได้เปิดสำนักงานสภาทนายความ ในลักษณะเดียวกันที่ ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาอีก 1 แห่ง และทราบข้อมูลมีผู้ตกเป็นเหยื่ออยู่ในพื้นที่หลายจังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และที่ จ.นครราชสีมา จำนวนหลายสิบราย
จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายสมศักดิ์เคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 3 ครั้ง และเคยถูกจับดำเนินคดีข่มขืน อนาจารโดยใช้ยาเสพติดเป็นอุบายหลอกล่อ เหตุเกิดในพื้นที่ จ.ขอนแก่น, คดีฉ้อโกงทรัพย์ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกตัดสินจำคุก เข้า-ออกเรือนจำมาแล้วหลายครั้ง เบื้องต้นนายสมศักดิ์ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม” ก่อนควบคุมตัวส่ง พ.ต.ท.มนต์ศักดิ์ แก้วอ่อน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

