วันที่ 6 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าภายหลังจากที่ทางกรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือจากทางกองทัพภาคที่ 2 ได้จัดส่งกำลังพลในสังกัด ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำ จ.ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, อุดรธานี และหนองบัวลำภู เข้าร่วมโครงการตรวจสอบเครื่องชั่งรถยนต์บรรทุกพืชผลการเกษตรนำร่องในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเดียว โดยมีการปล่อยขบวนรถสายตรวจสอบเครื่องชั่งรถยนต์ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา โดยมีนายสุชาติ สินรัตน์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และ พล.ต.ชาญชัย ว่านเครือ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร อ.เมือง จ.ขอนแก่น ร่วมกันปล่อยขบวน ซึ่งได้มีการจัดแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 5 สาย 5 จังหวัด ตรวจสอบผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าทางการเกษตร จำนวน 45 ราย ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรในเรื่องของการไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลผลิตข้าวนาปี ที่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องนำข้าวเปลือกที่เก็บออมไว้ออกมาจำหน่าย เพื่อนำเงินมาใช้ในการลงทุนงานภาคการเกษตร ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรรายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น, กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม จำนวน 3 แห่ง กระทำผิดในลักษณะการแก้ไขโปรแกรมของเครื่องชั่งรถยนต์บรรทุกสินค้าเกษตร ให้สามารถเพิ่มหรือลดลงได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบย้อนหลังพบว่าในฤดูการผลิตปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายหนึ่งซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ ทำการโกงน้ำหนักสินค้าผลผลิตทางการเกษตรไปแล้วถึง 5 แสนกิโลกรัม โดยเฉพาะข้าวเปลือก เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดเครื่องควบคุมที่มีการดัดแปลงลง พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2557 ปรับ 2 แสน 8 หมื่นบาท จำคุก 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังพบการกระทำผิดใช้เครื่องชั่งที่ไม่มีการให้คำรับรองจากเจ้าหน้าที่ถึง 6 แห่ง ซึ่งได้ทำการเปรียบเทียบปรับ รายละ 1 หมื่น ถึง 2 หมื่นบาท ตามเจตนาของความผิด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน ได้ฝากเตือนเกษตรกรที่จะนำสินค้าการเกษตรออกจำหน่าย ควรที่จะทำการชั่งสินค้าหลายๆ จุด ที่มีการบริการเครื่องชั่ง ก่อนทำการจำหน่ายจริง เพื่อเปรียบเทียบน้ำหนักกับสถานที่ที่จะเข้าไปจำหน่ายซึ่งจะเป็นการป้องกันการถูกโกงน้ำหนักจากผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง.

