อุทยาน-ตร. ผนึกสางคดี ‘ซากเสือโคร่ง’ ลามถึงเจ้าอาวาสวัดป่า-กรรมการวัด

6.06.16 | 13:39 น.

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าพบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) เพื่อนำรายละเอียดกรณีพบซากเสือจำนวนมาก ในวัดป่าหลวงตามหาบัว อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ


อุทยาน2

โดยนายอดิศร กล่าวก่อนเข้าพบว่า ต้องการมาหารือกับตำรวจเกี่ยวกับคดีนี้ เพราะมีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับคดีที่เคยเกิดขึ้นหลายคดี โดยเฉพาะคดีเสือโคร่งหายไปจากกรง 3 ตัว เมื่อปี 2558 ที่ยังไม่มีความคืบหน้า ส่วนคดีที่พบซากเสือในวัดป่า ที่จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้ว 5 ราย แบ่งเป็นพระสงฆ์ 3 รูป และชาย 2 คน ได้รับการประกันตัวไปแล้ว ส่วนสัตว์ป่าที่อยู่ภายในวัด เจ้าหน้าที่ขนย้ายออกจากวัดเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ยังมีสัตว์บางชนิดที่ยังไม่สามารถขนย้ายได้ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายกับสัตว์ได้ พร้อมเชื่อว่าผู้กระทำผิดคดีนี้เป็นกลุ่มเดียวกับผู้เกี่ยวข้องกับเหตุเมื่อปี 2558

เสือโคร่ง

Advertisement

ทั้งนี้หลังการหารือ นายอดิศร กล่าวอีกว่า มอบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกรมอุทยานฯ เป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้เข้าข่ายกระทำผิดไว้ 7-8 คดี รวมถึงเจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตามหาบัว จ.กาญจนบุรี ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ และกรรมการวัดทั้งหมด ส่วนการขอโอนคดี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ จะพิจารณาให้เป็นไปตามความเหมาะสม สำหรับหลักฐานสำคัญ ที่พอบ่งชี้ว่า มีขบวนการค้าเสือข้ามชาติ คือ สำเนาเอกสารข้อตกลงระหว่างเจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัวฯ กับประเทศลาว ในการแลกเปลี่ยนเสือพ่อแม่พันธุ์ หากผลตรวจดีเอ็นเอเสือ 137 ตัว ซากเสือ 40 ตัวในห้องเย็น และอีก 30 ชิ้นส่วนในขวดโหล ถ้าผลดีเอ็นเอไม่ตรงกัน จะเพิ่มน้ำหนักให้เชื่อว่า มีการค้าสัตว์ป่าเกิดขึ้นจริง โดยใช้วัดดังกล่าวเป็นสถานที่พักสัตว์

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า จะต้องตรวจสอบรายละเอียดในสำนวนคดีอีกครั้ง เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างคดีต่างๆ พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา ที่ปรึกษา(สบ10) ลงพื้นที่ ไปกำกับดูแลภาพรวมของคดี จากนั้นช่วงบ่ายวันนี้ จะเดินทางไปติดตามคดีด้วยตนเองที่จ.กาญจนบุรี

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการขนย้ายเสือโคร่งไปแล้ว 137 ตัว ส่วนพนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์ไปแล้ว 8 คดี ในความผิดตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาออกไปซึ่งซากสัตว์ และความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ฐานร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางทำลายป่า ร่วมกันบุกรุก ครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับมอบหมาย จะมีการสืบสวนต่อไปว่า มีนายทุน หรือขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติอยู่เบื้องหลังหรือไม่