กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจอรินทราชควบคุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาว อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส สองผู้ต้องหาลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา คุมขังที่ สน.ปทุมวัน โดยแยกตัวนายวิลดันไปคุมขังยัง สน.บางรัก
ความคืบหน้าเวลา 09.50 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่ สน.ปทุมวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้าสาวของนายลูไอ แซแง ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดป่วนกรุงชาวนราธิวาส เดินทางเข้ามาเยี่ยมและนำอาหารเช้ามาให้ก่อนจะรีบหลบสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอกลับไป และมีแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจเข้าตรวจร่างกายอีกครั้ง ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายลูไอ มีอาการเครียดและกังวลจนไม่สามารถรับประทานอาหารได้ ทางแพทย์จึงต้องนำยาบรรเทาอาการมาให้
จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายลูไอไปฝากขังยังศาลอาญารัชดาภิเษก เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้ง 4 ข้อกล่าวหา “อั้งยี่ซ่องโจร, มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง, พยายามทำให้เกิดระเบิด, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” พร้อมสั่งค้านประกันตัวไว้ก่อน เนื่องจากเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์และป้องกันผู้ต้องหาหลบหนี
สำหรับบรรยากาศช่วงเช้าที่โรงพักเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม สน.ปทุมวัน ได้จัดกำลังรักษาความปลอดภัยรอบบริเวณ
ด้านนายบดีศร เผ่าสุทอ ทนายความของผู้ต้องหาทั้งสองคน ให้ข้อมูลว่าหลังจากที่เมื่อวานนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีระเบิดดังกล่าว ได้นำพยาน 3 คน ที่เห็นเหตุการณ์มาชี้ตัวผู้ต้องหาโดยให้แต่งกายในชุดและปกปิดใบหน้าแบบเดียวกันกับวันเกิดเหตุ ซึ่งพยานทั้ง 3 คนได้ชี้ตัวถูกต้องทั้งที่ สน.ปทุมวัน และ สน.บางรัก โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมในหลายประเด็นที่สงสัย แต่ผู้ต้องหาทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธและไม่ยอมให้ข้อมูลซัดทอดถึงกลุ่มบุคคลใด
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบลักษณะของลูกความทั้งสองคน พบว่านายลูไอที่ถูกควบคุมตัวไว้ยัง สน.ปทุมวัน มีอาการเคร่งเครียดขึ้น ส่วนนายวิลดันยังคงอยู่ในอาการผ่อนคลายไม่มีความเครียดใดๆ ซึ่งทั้งสองคนยังสามารถรับประทานอาหารและนอนหลับได้ตามปกติ
ขณะที่ทางญาติของผู้ต้องหาทั้งสองคนยังไม่มีใครติดต่อนำหลักทรัพย์มายื่นประกันตัว เนื่องจากคาดว่าข้อหาที่ผู้ต้องหาถูกแจ้งดำเนินคดีทั้งหมดมีอัตราโทษสูง และพนักงานสอบสวนคงสั่งคัดค้านการประกันตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งสองคนไม่ได้ร้องขอในเรื่องคดีหรือความต้องการใดเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า มีหนังสือคำสั่งลงนามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้โอนย้ายคดีระเบิดป่วนกรุงไปยังกองปราบปราม



