โจรเจาะฝ้าโรยตัวลักมือถือ เลียนหนังแอคชั่นฝรั่ง ตระเวน11ร้าน 200เครื่อง

6.06.16 | 19:02 น.

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 6 มิถุนายน พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.น.8 พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี ผกก.สส.บก.น.8 และ พ.ต.ท.วิชัย สนสกุล รอง ผกก.สส. นำกำลังจับกุม นายสมคิด หรือคิด แต้มงาม อายุ 29 ปี ชาวจ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ พร้อมโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง ออปโป้ และวีโว่ รวม 31 เครื่องสภาพใหม่ และเงินสด 10,000 บาท ได้ในห้องพักเลขที่ 111 ซีบีแมนชั่น ซอยเทียนทะเล 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน


มือถือ2

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า เมื่อช่วงสงกรานต์จนถึงปัจจุบัน มีเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวพรางตัวปีนฝ้าเพดานเข้าไปลักทรัพย์ตามร้านขายโทรศัพท์มือถือตามตลาดนัดและอาคารพาณิชย์ ในพื้นที่บางกระดี จ.สมุทรปราการ บางบอน กทม. เพชรเกษม อ้อมใหญ่ จ.สมุทรสาคาร และบางใหญ่ จ.นนทบุรี จำนวนหลายคดี การก่อเหตุแต่ละครั้งจะเลือกลงมือในเวลากลางดึก ได้ของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือสภาพใหม่แกะกล่องนับร้อยเครื่อง ความเสียหายแต่ละรายมากถึงหลักแสนบาท จากการสืบสวนพบว่านายสมคิด เข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ตระเวนเปิดห้องเช่ารายวันพักอาศัยไปเรื่อยๆ เพื่อมาก่อเหตุ จึงเข้าจับกุมดังกล่าว

สอบสวน นายสมคิด รับว่า เรียนจบแค่ชั้น ป.6 เคยทำงานก่อสร้างแต่ทนไม่ไหว เลยมาเป็นโจรลักทรัพย์ อาศัยความที่ชอบดูภาพยนตร์แอคชั่นต่างประเทศ จึงหาหน้ากากแมส หมวกแก๊ป ปลอกแขน และเชือกสำหรับโรยตัวมาเตรียมเอาไว้ ดูลาดเลาตามร้านโทรศัพท์มือถือในตลาดและอาคารพาณิชย์ เลือกร้านที่ฝ้าเพดานเจาะได้ แล้วลงมือก่อเหตุในช่วงกลางดึก โดยเจาะฝ้าโรยตัวลงไปลักเอามือถือ คัดเฉพาะที่เป็นระบบแอนดรอยด์ ยี่ห้อติดตลาด นำไปขายเครื่องละ 3,500-7,000 บาท หาเงินใช้จ่ายเที่ยวเตร่ และเปิดห้องพักรายวันใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยจนเงินหมด แล้วค่อยหาช่องทางลงมือก่อเหตุหาเงินมาใช้ใหม่

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.ประสงค์ กล่าวว่า จากการขยายผลพบว่านายสมคิดเคยตระเวนโรยตัวลักทรัพย์มือถือรวม11ครั้ง ได้โทรศัพท์มือถือไม่ต่ำกว่า 200 เครื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ สน.แสมดำ นั้น นายสมคิด ได้มือถือไปถึง 79 เครื่อง สาเหตุที่เลือกเฉพาะระบบแอนดรอยด์ เพราะกลัวว่าหากลักเอาโทรศัพท์ไอโฟนมาแล้วจะถูกตามจับกุมตัวได้ง่าย หลังจากนี้จะคุมตัว นายสมคิด ส่งสน.แสมดำ และขยายผลไปตามร้านรับซื้อโทรศัพท์ที่นายสมคิด เคยนำมือถือไปขาย ก่อนประสานพนักงานสอบสวนท้องที่ต่างๆมาอายัดตัวต่อไป