เมื่อเวลา 04.10 น.วันที่ 20 สิงหาคม ตำรวจภูธรขลุง จ.จันทบุรี รับแจ้งมีคนเดินเท้าถูกรถไม่ทราบชนิดชนจนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ตรงยูเทิร์นหน้าร้านของฝากกุลนารถ ถนนสุขุมวิทขาเข้า หลังรับแจ้งตำรวจภูธรขลุง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพขลุงมูลนิธิ รีบเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบร่างผู้เสียชีวิต อายุประมาณ 80-90 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพศีรษะแตก แขนซ้ายหัก ขาทั้งสองข้างผิดรูป โดยมีย่ามพระสะพายไว้ที่ไหล่ซ้าย ภายในย่ามมีเงินสดจำนวนกว่า 160 บาท พร้อมยาเส้น หรือยาสูบจำนวนหนึ่ง ห่างไปเพียงเล็กน้อยพบรองเท้าแตะของผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ข้าง ตกอยู่กลางถนน ไม้เท้าตกอยู่ริมถนนอีก 1 อัน ห่างไปเพียงเล็กน้อยพบรองเท้าแตะสีน้ำเงินตกอยู่อีกจำนวน 1 ข้าง คาดว่าน่าจะเป็นของคู่กรณีที่ชน
สอดคล้องกับคำให้การของนายชาย (นามสมมุติ) ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนเห็นรถจักรยานยนต์คันหนึ่งล้มอยู่กลางถนน โดยคนขี่รถจักรยานยนต์เป็นชาย ใส่เสื้อสีขาว กางเกงยีนส์
ขณะนั้นมีรถกระบะสีแดงคันหนึ่งจอดถามคนขี่รถจักรยานยนต์ว่าเป็นอะไรหรือไม่ คนขี่รถจักรยานยนต์ตอบว่าไม่เป็นไร ทั้งคู่จึงแยกย้ายกันไป ซึ่งขณะนั้นตนไม่ได้สังเกตว่ามีคนนอนอยู่กลางถนน กระทั่งรถทั้ง 2 คันหายไปแล้วตนจึงทราบว่ามีคนถูกรถชน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบมีรอยของแข็งครูดกับพื้นถนน เป็นทางยาวประมาณ 100 เซนติเมตร
นายองอาจ สมพล อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/4 หมู่ 6 ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เดินทางมายังที่เกิดเหตุพร้อมเล่าว่า ผู้ตายเป็นพ่อของตน ชื่อนายเยี่ยม สมพล อายุ 87-88 ปี เป็นคนร่างเล็ก ผอม ไม่ค่อยแข็งแรงตามวัย ตอนหลังเดินช้าลงโดยมีไม้เท้าคอยพยุง ปกติพ่อจะออกจากบ้านตอนตีสี่ตีห้า เดินออกจากบ้านมาเพื่อข้ามถนนไปยังอีกฝั่งเพื่อพูดคุยกับเพื่อนๆ ที่ศาลาประจำหมู่บ้านเป็นประจำทุกวัน จะกลับเข้าบ้านอีกที่ก็ 08.00-09.00 น. เป็นอย่างนี้มานานหลายปี ถ้าสายหน่อยก็จะมีชาวบ้านหรือคนที่ขับรถผ่านไปมาคอยช่วยส่งข้ามถนน ตนเคยห้ามปรามหลายครั้งด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่สามารถห้ามพ่อได้ จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบพยานแวดล้อม ผู้เห็นเหตุการณ์ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวว่ารถคันไหน ชนิดไหน เป็นคันที่ชน เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีในลำดับต่อไป

