สาวสตูลสุดซวย เจอมิจฉาชีพสวมรอยยืมเงินผ่านเฟซบุ๊ก ตร.เตือนออกจากระบบทุกครั้ง-เปลี่ยนรหัสบ่อยๆ

7.06.16 | 10:50 น.

วันที่ 7 มิถุนายน  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสุชญา พิทยาพงศกร เดินทางเข้าแจ้งความ สถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพเข้าไปแฮกข้อมูลในเฟซบุ๊กโดยสวมรอยเข้าทักทายเพื่อนที่อยู่ในกลุ่ม “สร้างเรื่องขอยืมเงิน 4,000 – 8,000 บาท โดยอ้างลืมบัตรเอทีเอ็ม ขอยืมและจะคืนในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยให้โอนเข้าบัญชีเพื่อน” ส่งข้อความไปที่เพื่อนเกือบทุกคน มีหลายคนที่รู้จักไม่หลงเชื่อ โดยบอกว่าหากอยากได้ให้มาเอาที่บ้าน หรือที่ร้านค้า และหลายคนเลือกจะโทรหาและบอกว่ามีมิจฉาชีพเข้ามาสวมรอยแฮกข้อมูล โดยระหว่างนั้น ก็พบว่าบุตรชายซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้ตกหลุมพรางมิจฉาชีพจนได้ โดยโอนเงินไป 16,000 บาท แบ่งโอนเป็น 2 ครั้ง คิดว่าแม่ต้องการใช้เงินด่วน หลังโอนเสร็จเพิ่งโทรถามแม่


โดยทางตำรวจได้เร่งประสานไปทางกระทรวงไอซีที ให้ช่วยสกัดจับ หลังพบว่าเงินได้โอนไปที่ อ.ทับสะแก จ.ชุมพร ชื่อบัญชี นายศุภชัย รอดภิน เลข 282-045-5307 ธ.กรุงเทพ สาขาทับสะแก ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ายคนที่แฮกข้อมูลอยู่ที่กทม. ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามคนร้าย โดยคนร้ายได้สร้างบัญชีธนาคารขึ้นมาอีกหนึ่งบัญชี ชื่อบัญชีนางสาวนุชนาถ ยังแก้ว อายุ 22 ปี ต.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเลขบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มิจฉาชีพให้เหยื่อจัดส่งเงินเข้าบัญชีดังกล่าว

นางสุชญา พิทยาพงศกร ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองเพิ่งจะทราบเรื่องจากเพื่อนๆ ที่โทรเข้ามาบอกว่า เฟซบุ๊กโดนแฮกข้อมูล และยังมีการขอยืมเงินจากคนรู้จักในเฟซอีกด้วย และล่าสุดลูกชายของตนก็โดนฉ้อโกงเงินไปแล้วจำนวน 16,000 บาท ซึ่งในขณะนี้ตนก็ได้โทรบอกลูกชายว่าให้ไปแจ้งความที่ สภ.ที่กรุงเทพฯก่อนเพื่อรอการดำเนินคดีตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ และอยากจะฝากถึงผู้ที่เล่นโซเชียลทุกคนเลยว่าทุกครั้งที่มีการเล่นเฟซบุ๊กหรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ หลังจากเล่นแล้วก็ควรที่จะออกจากระบบหรือล็อกเอาต์ ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย เช่นเดียวกับการตั้งรหัสผ่านควรที่จะตั้งเลขที่ยากๆ และหมั่นเปลี่ยนบ้าง และเห็นว่าโลกโซเชียลมีทั้งคุณ และมีทั้งโทษ หากเราไม่รู้เท่าทัน

ด้าน พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง ผกก.สภ.เมืองสตูล กล่าวว่า ในกรณีของนางสุชญา พิทยาพงศกร ที่มีการแฮกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ แล้วเจาะเข้าไปสู่เฟซบุ๊กเพื่อทำการหลอกลวงตรงนี้ถือว่า มีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีของลูกชายผู้เสียหายที่โดนฉ้อโกงเงินหรือว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อตรงนี้ ถือได้ว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.ฉ้อโกง ตรงนี้จะแยกออกเป็น 2 คดี ด้วยกัน และจะมีการดำเนินคดีที่แตกต่างกันออกไป พร้อมฝากไปถึงผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการติดต่อหรือประสานงานต่างๆ หากท่านเข้าไปติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊ก ทุกครั้งหลังจากการเล่นแล้วท่านควรล็อกเอาต์ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนรอบข้าง

Advertisement