‘ไพบูลย์’ยื่นฟ้องเครือข่ายศิษย์ธรรมกาย6จังหวัด ฐานแจ้งความเท็จ

7.06.16 | 13:16 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจาก พระสุวิทย์ ธีรมธมุโม หรือ พระพุทธะอิสระ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางฉวีวรรณ คำธนะ นายกฤษดา บรรพชาติ นายเอกชัย ดีเสนาตระกูล นายอติชาต ตันแก้ว นายจีระพัฒน์ แจ่มเงินวัฒนากูล นางสุภาภรณ์ บุญเริ่ม นางธรรมพร ประมวลโกศลยุต และนายคณิต อิรนพไพบูลย์ เป็นเครือข่ายศิษย์พระธัมมชโยในจังหวัดต่างๆ เป็นจำเลยที่ 1-8 ฐาน แจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่ามีการกระทำผิดอาญา แกล้งให้ต้องรับโทษอาญา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาหรือไขข่าว


คำฟ้องสรุปว่า จำเลยทั้งหมดมีเจตนาร่วมกันแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร ใน จ.ราชบุรี นครราชสีมา อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยะลา และเชียงใหม่ รวม 6 จังหวัด มีเจตนาไม่สุจริต เพื่อให้ประชาชนและพุทธศาสนิกชนชาวไทย เชื่อว่าโจทก์กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสมเด็จพระสังฆราช และใส่ความคณะสงฆ์ ทำให้โจทก์ทั้งสองถูกดูหมิ่น เกลียดชังจากประชาชน เสื่อมเสียชื่อเสียง

โดยศาลรับคำร้องโจทก์ไว้พิจารณาไต่สวนมูลฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ 1749/2559 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เวลา 09.00 น.

นายไพบูลย์กล่าวก่อนยื่นฟ้องว่า ตนและตัวแทนพระพุทธะอิสระมายื่นฟ้องบุคคล 8 รายที่ไปแจ้งความตนและพระพุทธะอิสระต่อสถานีตำรวจใน 6 จังหวัด บุคคลดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์และเครือข่ายธัมชโย โดยอ้างว่าดูหมิ่นสมเด็จพระสังฆราช ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ มาตรา 44 ทวิ แต่ตนเห็นว่าการแจ้งความดังกล่าวเป็นการนำความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงาน มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ตนเองถูกดำเนินคดีอาญา และทำให้เสียหายถูกเกลียดชังจากผู้ที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง

Advertisement

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า การกล่าวหาตนว่าดูหมิ่นสมเด็จพระสังฆราชนั้น ความจริงทุกคนทราบดีว่าขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชแต่อย่างใด และการกล่าวหาว่าทำให้คณะสงฆ์แตกแยกนั้น ข้อเท็จจริงเพียงแค่ทำหน้าที่ตรวจสอบให้กระบวนการทั้งหลายของคณะสงฆ์เป็นไปตามพระธรรมวินัย และตามกฎหมาย เพื่อความถูกต้องให้กับสังคม และยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ใส่ร้ายให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ ยังอยากจะให้พระธัมมชโยที่ระบุว่ามีอาการเจ็บป่วย ยอมรับการตรวจรักษาจากตัวแทนแพทย์สภา และไปรับทราบข้อกล่าวหากับทางดีเอสไอเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดจึงออกมาเคลื่อนไหวประเด็นพระธัมมชโย นายไพบูลย์กล่าวว่า ออกมาเคลื่อนไหวภายหลังจากเป็นคดีขึ้นแล้ว และจะไม่เคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าพระธัมมชโยไม่หลีกเลี่ยงกระบวนการยุติธรรม ยอมเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อต่อสู้คดี เมื่อถามถึงประเด็นที่ทางวัดพระธรรมกายถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ภาพของวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย อาจจะถูกมองไปเกี่ยวกับการเมืองตั้งแต่ก่อนจะมีคดีนี้แล้ว อีกทั้งยังมีลูกศิษย์หลายท่านเป็นนักการเมือง