ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่นางประนอม ไพรอนันต์ อายุ 67 ปี แม่ค้าทุเรียน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 48/3 หมู่ 8 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ชลบุรี อาชีพขายผลไม้ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี ได้รับเลี้ยงเด็กอายุ 1 เดือนจากแม่ที่เป็นนักร้องตามคาเฟ่ในพื้นที่ ต.ท่าสะอ้าน ชื่อ หน่อย ที่มาฝากเลี้ยง โดยทิ้งเงินไว้ให้ 300 บาท หลังจากนั้นไม่เคยมาพบอีกเลยจนกระทั่งเด็กเติบโตมาอายุ 20 ปีแล้ว ชื่อ นายแบงค์ จึงได้ร้องเรียนสื่อเพื่อตามหาแม่ที่แท้จริง เพราะไม่มีบัตรประชาชนไม่สามารถสมัครเข้าทำงานตามห้างร้านหรือบริษัทได้
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน น.ส.ฉลาด นางคำปักดี อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 220 หมู่ 5 ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้เดินทางมาตามหาหลานชาย หลังจากที่ทราบข่าวว่าลูกสาวคือ น.ส.บุญยืน สร้อยสีทอง อายุ 37 ปี เสียชีวิตไปแล้ว ได้นำลูกชายมาฝากเลี้ยงไว้ที่ชลบุรี พร้อมทั้งกล่าวว่า ก่อนที่ลูกสาวจะเสียชีวิตได้เล่าให้ฟังว่ามีลูกอยู่ 2 คนซึ่งเป็นลูกแฝด เมื่อคลอดออกมาแล้ว ลูกสาวนำมาเลี้ยง 1 คน ส่วนอีก 1 คนได้ให้สามีไป และได้นำมาฝากให้คนอื่นเลี้ยงอยู่ที่ จ.ชลบุรี ตั้งแต่อายุประมาณ 1 เดือน คิดถึงลูกแต่ไม่สามารถมาหาได้ เพราะติดคุกอยู่ในเรือนจำประมาณ 6-7 ปี หลังจากออกมาจากเรือนจำก็เสียชีวิต ใบเกิดของนายแบงค์ ลูกสาวอีกคนหนึ่งเก็บไว้ปัจจุบันเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตเลยไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เมื่อมาพบหลานชายแล้วก็ไม่นำกลับไป เพราะที่บ้านฐานะยากจน อยากให้แม่ที่เลี้ยงในปัจจุบันเลี้ยงดูต่อไป
นางประนอม ไพรอนันต์ แม่ค้าทุเรียนกล่าวว่า การเลี้ยงดูนายแบงค์นั้นไม่มีปัญหา เพราะเลี้ยงมานานกว่า 20 ปี รักเหมือนลูก แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้เด็กได้บัตรประชาชนมากกว่า จะได้ไปเรียนต่อหรือหางานทำตามห้างร้านหรือบริษัทต่อไป เพราะปัจจุบันไปสมัครงานที่ไหนไม่ได้
นายแบงค์กล่าวว่า ดีใจที่ได้พบยาย ยังรู้ว่าตนเองยังมีครอบครัวอยู่ และทราบข่าวว่ามีพี่ชายหรือน้องชายฝาแฝดอีกคนหนึ่งก็ดีใจเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม อยากได้บัตรประชาชนมาก เพราะจะได้หางานทำได้


