ตม.เเถลงจับเครือข่ายขนยาไอซ์-เเก็งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นกบดานย่านบางรัก

25.08.19 | 16:56 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 ส.ค.ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขานรอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช. สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3 พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตียสุด ผกก. สส.บก.ตม.3แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายดังที่เจ้าหน้าที่กก.สส.บก.ตม.3ได้จับกุมตัว นายไชยราชหรือชัยอายุ 45 ปีสั ญชาติไทย ,นายเอกวัฒน์หรือปุ๋ยอายุ 33ปีในข้อหา“ ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย


โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า พฤติการณ์คือเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทราบว่าช่วงกลางคืนของวันที่ 24 ส.ค.จะมีกลุ่มบุคคลคนต่างด้าวลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดนนทบุรี นำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯโดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้ารุ่น BT50สีฟ้าทะเบียน 1ฆฐ 5789 กทม. เป็นยานพาหนะจึงได้กระจายกำลังค้นหารถยนต์คันดังกล่าวต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 24ส.ค.รถยนต์เป้าหมายขับขี่มาตามถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดนนทบุรีมุ่งหน้าถนนรัตนาธิเบศร์เข้ากรุงเทพฯจนกระทั่งรถยนต์เป้าหมายได้ไปจอดบริเวณลานจอดรถหน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ภายในซอยสุเหร่าคลองหนึ่งแยก 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวากรุงเทพฯต่อมาเวลาประมาณ 00.30น. ของวันที่ 25 ส.ค.ได้มีนายเอกวัฒน์หรือปุ๋ยขับขับรถโตโยต้าวีออสสีขาว และนายไชยราชหรือชัย สุดาวงค์ ขับรถยนต์ฮอนด้าแอคคอต สีขาวทะเบียน ขม 1378 นครราชสีมา

 

จากนั้นทั้ง 2คนได้ช่วยกันยกกล่องกระดาษขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่อง จากหลังรถยนต์เป้าหมายมาใส่ในรถยนต์โตโยต้าวีออสสีขาว ส่วนนายไชยราช ยืนดูลักษณะเหมือนเป็นผู้ควบคุมสั่งการเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 3คันพบกล่องขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่องอยู่ท้ายรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้ารุ่น BT50 สีฟ้าทะเบียน 1ฒฐ 5789 กทม. และกล่องขนาดใหญ่จำนวน 1กล่องอยู่บริเวณที่นั่งผู้โดยสารหลังคนขับรถยนต์โตโยต้ารุ่นวีออสสีขาว เมื่อเปิดกล่องทั้ง 2กล่องพบถุงฟอยด์ลักษณะคล้ายถุงบรรจุชาดอกทานตะวันปรากฏยี่ห้อ XIANGRIKUI และอีกด้านหนึ่งเป็นรูปการ์ตูนโดราเอม่อนจำนวน 105ถุงจึงได้สุ่มเปิดถุงดังกล่าวจำนวน 2ถุงพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ไอซ์) น้ำหนักถุงละ 1กิโลกรัมรวมน้ำหนักทั้งสิ้น 105 กิโลกรัมจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   

Advertisement

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ยัง แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นในประเทศไทยที่มีการสืบเนื่องจากการจับกุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาซึ่ง สตม.โดย กก.สส.บก.ตม.3 และตม.จว.ชลบุรี นำหมายค้นศาลแขวงพัทยาที่ 5/2562 ลงวันที่ 29 มี.ค. 2562 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยามรอยัลวิววิลเลจ ม.10 ต. หนองปรืออ. บางละมุงจ. ชลบุรี จนสามารถจับกุมชาวญี่ปุ่นจำนวน 15 ราย ซึ่งทำการโทรศัพท์เพื่อหลอกลวงไปยังประเทศญี่ปุ่นจนมีผู้เสียหายกว่า 500 รายคิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 89 ล้านเยนหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 25 ล้านบาทอันเป็นกรณีที่ทางการญี่ปุ่นให้ความสำคัญและสนใจเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากอีกทั้งยังไม่เคยมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้มาก่อน  จึงมอบหมายให้ บก.ตม.3 โดย พล.ต.ต. อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะรองผบก. ตม.3 และสั่งการให้ พ.ต.อ. สัมพันธ์เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จังหวัดชลบุรีพร้อมชุดสืบสวนทำการขยายผลและออกติดตามกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรม (คอลเซ็นเตอร์) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย จนสืบทราบว่านายยามาโตะอายุ 30 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานของกลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ แต่จับไม่ได้ด้วยขณะเข้าตรวจค้นจับกุมได้ไหวตัวและหลบหนีไปชุดสืบสวนจึงได้ออกติดตามจนพบว่ามีชายชาวญี่ปุ่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกับนายยามาโตะพักอาศัยอยู่ที่ สุรวงศ์ชิตี้รีสอร์ท เลขที่ 99 ถนน นเรศ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานครจึงเข้าตรวจสอบและพบตัวนายยามาโตะจึงได้จับกุมตัวโดยกล่าวหาว่า” เป็นบุคคลต่างด้าว”