วันที่ 7 มิถุนายน เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.บัญชา ปั้นเจริญ รอง ผบก.ปทส.พ.ต.อ.มนตรี แป้นเจริญ รอง ผบก.ปป. พ.ต.ท.สรรเสริญ ศิริพันธ์ สว.กก.5 บก.ปทส.นายสมศักดิ์ ภู่เพ็ชร์ ผอ.ส่วนยุทธการป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ตร.ปทส.เจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานประจำพื้นที่ ร.9 พัน 1 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรี นำหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 222 หมู่ 2 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบภายในมีชายฉกรรจ์ 2 คนเจ้าหน้าที่จึงเรียกให้มารับทราบหมายค้น จากนั้นจึงเปิดประตูให้คณะเจ้าหน้าที่เข้าไป โดยภายในพื้นที่มีกรงขังสัตว์กระจัดกระจายหลายจุดบนเนื้อที่ 9 ไร่กว่า นอกจากนี้ยังมีบ้านพักกระจัดกระจายหลายหลัง รวมทั้งมีโรงเก็บอาหารสำหรับให้เสือ ซึ่งพบตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ มีด และอุปกรณ์ที่คาดว่าใช้สำหรับการขนย้ายเสือ อีกจำนวนหนึ่ง
จากการตรวจค้นพบเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลเพศผู้ชื่อไอ้ลาย อายุประมาณ 10 ปี ถูกขังเอาไว้ภายในกรงที่ 3 ส่วนกรงที่ 4 เป็นเสือโคร่งเพศเมียชื่อ อีสาย อายุประมาณ 10 ปี กรงที่ 5 เป็นเสือโคร่งเพศเมียชื่อ ตัวเล็ก อายุประมาณ 2 ปีเศษ และกรงที่ 6 เป็นเสือโคร่งเพศผู้ ชื่อ โทน อายุประมาณ 1 ปีเศษ ส่วนกรงที่ 1 และ 2 ว่างนั้นว่างเปล่า

สำหรับคนดูแลเสือคือ นายทวีป บัวลอย อายุ 44 ปี และนายชาญชัย ล่องลอย อายุ 48 ปี โดยได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เสือที่พบอยู่ในกรงทั้ง 4 ตัว เป็นของ นายธวัช ขจรชัยกุล หรือเสี่ยตง อายุ 68 ปี เจ้าของบ้าน โดยเดิมที นายธวัช เป็นชาว กทม.แต่มาได้ภรรยาที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนเสือที่มีอยู่ได้เลี้ยงดูมานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งขณะนี้คณะเจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำผู้ดูแลทั้ง 2 อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
ด้าน พ.ต.อ.มนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กองปราบปรามได้ทำการสืบสวนในเชิงลึกเกี่ยวกับขบวนการค้าสัตว์ป่ามานาน จนกระทั่งสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นแหล่งค้าสัตว์ป่าโดยเฉพาะเสือโคร่ง อีกทั้งยังใช้เป็นจุดพักเสือ รวมทั้งเป็นจุดชำแหละเสือ และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่เชื่อได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งเสือที่ตรวจพบในครั้งนี้คณะเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเสือโคร่ง จำนวน 147 ตัว ที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ขนย้ายออกไปจากวัดฯ เมื่อไม่นานมานี้ และจะสืบสวนต่อไปว่าเสือทั้ง 4 ตัว จะเกี่ยวข้องกับเสือโคร่งที่หายออกไปจากวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ จำนวน 3 ตัว เมื่อปี 2558 หรือไม่ โดยในวันพรุ่งนี้ 8 มิ.ย.ได้มีการนัดหมายกับคณะสัตว์แพทย์จากกรมอุทยานฯเข้ามาตรวจ ดีเอ็นเอ ของเสือทั้ง 4 ตัวเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเสือของกลาง

อย่างไรก็ตามการเลี้ยงเสือที่วัดฯ ไม่ใช่เพียงเพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมเท่านั้น ยังปรากฏว่า มีการค้าเสืออายุระหว่าง 1-2 ปี ทั้งเสือเป็น และเสือที่ถูกชำแหละ รวมทั้งเครื่องรางของขลังที่ทำจากชิ้นส่วนต่างๆ ของเสือด้วย โดยแนวทางการสืบสวนชี้ชัดได้ว่า ทางวัดฯ จะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่พักรอของเสือ และบริเวณโรงเก็บอาหารก็มีลักษณะที่บ่งชี้ได้ว่าเป็นสถานที่ใช้สำหรับชำแหละ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งขยายผลถึงเส้นทางการค้าและผู้ร่วมขบวนการต่อไป

