อุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจำคุก 1 ปี ให้รอลงอาญา 2 ปี “เจเจ”หนุ่มพ่นสีสเปรย์ใส่ป้ายศาลอาญา(คลิป)

8.06.16 | 12:22 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน ที่ห้องพิจารณา905 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.2342/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายณัฐพล เข็มเงิน หรือเจเจ อายุ 23 ปี อาชีพรับจ้างเล่นดนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ขูด ขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใดซึ่งความเสียหายแก่สาธารณประโยชน์


อัยการโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ความผิดว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2558 เวลากลางคืน จำเลยบังอาจใช้สีสเปรย์สีดำพ่นสัญลักษณ์เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ (A) มีวงกลมล้อมรอบ ลงบนป้ายชื่อสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลอาญา ที่ด้านหน้า และด้านหลังข้อความ ศาลอาญา 2 แห่ง เป็นเหตุให้ป้ายข้อความทั้งสอง ที่ส่วนราชการได้จัดทำไว้เพื่อสาธารณประโยชน์เกิดความเสียหาย และเสื่อมค่า อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360, พ.ร.บ. รักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 12, 35, 54 และ 56 เหตุเกิดที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. กระทั่งวันที่ 25 พฤษภาคม 2558 ตำรวจ สน.พหลโยธิน สามารถติดตามจับกุมจำเลยได้ โดยจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

วันนี้นายณัฐพล จำเลยเดินทางมาศาลพร้อมน.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อนสาวคนสนิท

Advertisement

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวัน 14 กรกฎาคม 2558 ว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง เป็นความผิดกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ ฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์นั้นมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ อันเป็นบทหนักสุด จำคุก 2 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยพ่นสีสเปรย์ลงบนป้ายชื่อสำนักงานศาลยุติธรรมจำนวน 2 แห่ง ไม่ได้ทำให้ป้ายดังกล่าวเสียหายเนื่องจากพ่นสีสเปรย์ลงบนป้ายไม่ได้พ่นใส่ตัวอักษร และป้ายดังกล่าวยังใช้ประโยชน์ได้นั้น อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ต้องห้ามตามกฎหมายแพ่ง ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าขอให้ศาลรอการลงโทษ เห็นว่าจำเลยประกอบอาชีพสุจริตและต้องอุปการะบิดามารดา เมื่อจำเลยไม่เคยมีประวัติไม่เคยกระทำผิดโทษทางอาญามาก่อน สมควรให้ละเว้นโทษจำคุกให้แก่จำเลย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้ว่าให้จำคุกจำเลย 2 ปี ปรับ 9,000 บาท แต่จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี ปรับ 4,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้คุมประพฤติระหว่างรอลงอาญาโดยให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ปีละ 3 ครั้ง และให้จำเลยบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะและงานบริการสังคมเป็นเวลา 12 ชั่งโมง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ภายหลังนายณัฐพล กล่าวว่า วันนี้ศาลได้มีคำพิพากษาให้มีโทษปรับจำนวน 4,500 บาท และโทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี ส่วนประเด็นในการอุทธรณ์นั้นให้เหตุผลว่าต้องอุปถัมภ์บุพกาลีและทำหน้าที่สุจริต เมื่อรับโทษจำคุกไปแล้วจะทำให้เสียหาย ซึ่งในอีกหนึ่งคดีที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้นศาลพิพากษาให้รอลงอาญาตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว และไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ใดๆ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ตนสบายดีเปิดร้านขายเบอร์เกอร์ พร้อมยังเล่นดนตรีอยู่เรื่อยๆและกำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2558 ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกนายณัฐพล 1 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล แต่ทางไต่สวนศาลเห็นว่าได้นายณัฐพลสำนึกผิด ประกอบกับไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 1 ปี