เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกายขอเลื่อนกำหนดเข้าตรวจของแพทยสภาออกไปโดยไม่มีกำหนด ว่า ในส่วนของดีเอสไอนั้น การดำเนินคดีกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจรนั้น ดีเอสไอทำตามขั้นตอนมาตลอด ตั้งแต่ออกหมายเรียกครั้งแรกให้มาพบพนักงานสอบสวน และพระธัมมชโยขอเลื่อนการเข้าพบโดยอ้างว่ามีอาการอาพาธ เรามีหลักฐานจนนำไปสู่การขอหมายจับ จึงขอเรียนว่าดีเอสไอทำตามขั้นตอนกฎหมาย และอะลุ้มอล่วยทางการดำเนินการ
พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวต่อว่า ท้ายที่สุดดีเอสไอต้องคำนึงถึงข้อปฏิบัติต่างๆ ของกฎหมาย หากดำเนินการผิดกฎหมายแล้ว อีกฝ่ายจะมองว่าพนักงานสอบสวนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทุกวันนี้พนักงานสอบสวนพยายามประชุมกัน จากนี้ไปจะทำตามขั้นตอนกฎหมาย จะดำเนินการตาม 5 ข้อ ที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงต่อสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้ว เป็นตามขั้นตอนกฎหมายทั้งหมด ส่วนสำนวนคดีพนักงานสอบสวนกำลังเร่งสรุป คาดว่าจะเสร็จเร็วๆ นี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีวัดพระธรรมกายขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ขณะนี้ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ดีเอสไอยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ ขอเรียนว่า หากทนายความวัดพระธรรมกายเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถสอบถามได้ หรือทำหนังสือมาสอบถามได้ แต่เราต้องดูรายละเอียดว่าสิ่งที่ทางวัดแจ้งมาเกี่ยวกับเรื่องอะไร หากพนักงานสอบสวนดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับถูกต้องคงไม่มีเหตุผลให้เปลี่ยน เนื่องจากพนักงานสอบสวนชุดนี้ทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ มีพนักงานอัยการ และที่ปรึกษาคดีพิเศษ เข้าร่วมการสอบสวนด้วย การดำเนินการแต่ละขั้นตอนเป็นมติของที่ประชุม
ผู้สื่อถามว่า การที่วัดพระธรรมกายขอให้ดีเอสไอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน จะมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือหรือไม่ อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า เขาร้องได้ทุกเรื่อง อะไรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่เราต้องพิจารณาว่าเรื่องที่เขาร้องมานั้นมีเหตุมีผลหรือไม่ เพราะถ้าร้องอย่างนี้และคดีอื่นก็มาร้องเหมือนกันหมด ดีเอสไอทำหน้าที่ไม่ได้ ดังนั้น การร้องสามารถร้องได้ แต่การพิจารณาจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนตามคำร้อง ทางดีเอสไอต้องพิจารณาตามเหตุผลและความจำเป็นด้วย ส่วนการสรุปสำนวนส่งอัยการนั้น หากเราสรุปสำนวนเสร็จ สามารถส่งอัยการได้ทันที ไม่ต้องรอการเจรจาในส่วนของพระธัมมชโย
“ในส่วนการเจรจาทางคณะผู้ปกครองสงฆ์เป็นส่วนดำเนินการ และดีเอสไอดำเนินการตามในส่วนของกฎหมาย เรียนว่าไม่ได้หยุดอะไร การเจรจาเป็นเรื่องที่สงฆ์ดำเนินการส่วนหนึ่ง คดีไม่ได้เสียหายหรือล่าช้าอะไร เรากำลังเร่งทำอยู่ ส่วนการจับกุมนั้น ขอเรียนว่าแผนปฏิบัติการมีอยู่แล้ว แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติของแผน อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์” อธิบดีดีเอสไอกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีมีสมาชิกกลุ่มสหกรณ์ฯคลองจั่น ยื่นเรื่องต่อดีเอสไอเพื่อขอให้ติดตามเงินจากนิติบุคคลอื่นๆ เพื่อชดใช้เงินให้กับสมาชิกสหกรณ์ฯที่กำลังเดือดร้อน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ทำอยู่ตลอด เพียงแต่ช่วงนี้สื่อให้ความสนใจคดีพระธัมมชโย คดีทั้งหมดมีประมาณ 10 คดี กำลังทำอยู่ตลอด เมื่อถามถึงกรณีอัยการระบุถึงกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมหรือแจ้งความดำเนินคดี ทั้งที่บางเรื่องไม่มีการกระทำความผิดจริง พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า เป็นสิทธิของคนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ถึงเรียนว่าดีเอสไอทำงานตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย แต่ในส่วนอื่นถ้าใครทำผิดกฎหมายหรืออะไรก็แล้วแต่ หรือพนักงานสอบสวนเองทำตามกฎหมายและถูกกล่าวหาว่าไปกลั่นแกล้งเขา เรามีสิทธิดำเนินคดีในส่วนนั้นอยู่แล้ว

