ดีเอสไอ เจอภาพวงจรปิด ไล่เส้นทางกลุ่มต้องสงสัย เจอรถบิ๊กอุทยาน-เข้าออก ช่วงบิลลี่หายตัว

ดีเอสไอเจอภาพวงจรปิด ไล่เส้นทางกลุ่มบุคคลต้องสงสัย เจอรถบิ๊กอุทยาน-เข้าออก ช่วงเวลาสำคัญ สอบพยานแล้ว พรุ่งนี้ประชุมชัดออกหมายเรียกใครสอบบ้าง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดี เอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีดารเสียชีวิตของนายพอละจี  รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่า ช่วงนี้ขอเวลาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานคำให้การของพยานบางส่วนเพื่อประมวลผล ว่าจะออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลใดเพิ่มเติมบ้างสำหรับพยานแวดล้อมในคดี ดีเอสไอได้ดำเนิสองปากคำพยานบุคคล ไปแล้วส่วนหนึ่ง ในส่วนของกลุ่มผู้ต้องสงสัยนั้นยังไม่ได้เรียกมาสอบเพิ่มเติม แต่ได้ขอสำนวนคำให้การเดิม จากทางป.ป.ท.ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 7 ส่งไปยังป.ป.ท.ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในสำนวนคดีฆาตกรรมนายพอละจี

เมื่อถามว่ามี น.ศ.2 คนซึ่งเป็นพยานที่เคยให้การในคดีเจ้าหน้าที่อุทยาน ควบคุมนายพอละจี ออกมาระบุว่าไม่เคยกลับคำให้การ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ไม่เป็นไร แต่ดีเอสไอได้มีหลักฐานข้อมูลการบันทึกถ้อยคำไว้แล้ว ซึ่งจะนำไปใช้ประกอบสำนวนได้ ทั้งนี้พยานบุคลลที่เจ้าหน้าที่สอบปากคำไว้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสอบสวนเพื่อนำข้อมูลไปประกอบสำนวนคดีที่จะต้องมีพยานแวดล้อมอื่นรวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพจากกล้องวงจรปิดทุกอย่าง ทุกอย่างต้องนำมาเชื่อมโยง หาตัวผู้กระทำความผิดตามแนวทางการสืบสวนสอบสวน

ด้านพ.ต.ท.กรวัชร์  ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าววว่า ความชัดเจนเรื่องการออกหมายเรียกกลุ่มบุคลต้องสงสัยว่าเป็นบุคคลใดบ้างมาให้การกับดีเอสไอในคดีการเสียชีวิตของนายพอละจี จะทราบเบื้องต้นในการประชุมคณะทำงานของดีเอสไอ ในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. ที่ดีเอสไอ เนื่องจากจะมีการประชุมรายละเอียดว่ามีพยานหลักฐานส่วนใดยังขาดหรือต้องการอะไรเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนให้รัดกุมมากขึ้น ทั้งนี้คาดว่าจะมีการชี้แจงความคืบหน้าในรายละเอียดของคดีภายหลังประชุมคณะทำงาน

รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้ทีมชุดสืบสวนได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่อุทยานหนึ่งซึ่งเป็นชุดจับกุมนายบิลลี่ในวันเกิดเหตุ และรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายบิลลี่ในช่วงที่ถูกควบคุมตัวเพื่อต้องการนำคำให้การมาประกอบข้อมูลที่ดีเอสไอได้จากพยานแวดล้อมแต่ภายหลังทราบว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้มีการนำข้อมูลการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาเผยแพร่ เจ้าหน้าที่ที่ดีเอสไอจึงขอยุติการเข้าสอบปากคำ แต่ไปสอบปากคำพยานคนอื่นๆแทน อย่างไรก็ตามดีเอสไอได้ภาพจากกล้องวงวรปิดการเข้าออกอุทยานของกลุ่มคนต้องสงสัยและรถยนต์ของบิ๊กอุทยานในช่วงเวลาที่นายบิลลี่หายตัวไป

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม : สุดยอดยากินิกุ ปิ้งย่าง เด็ดเกินคำบรรยาย Tokyo Yakiniku Shoutaian
บทความถัดไป‘สมชัย’ เล่าเหตุการณ์ ไม่อนุมัติ รบ.ปูจ่ายจำนำข้าว หากวันนั้นไฟเขียว วันนี้อาจติดคุก