ทนาย”ขอนแก่นโมเดล”มอบตัวกองปราบฯ พร้อมแจ้งความกลับหัวหน้าทีมกฎหมายคสช.

28.01.16 | 13:08 น.

เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 28 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน อายุ 51 ปี ทนายความนายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม หนึ่งในผู้ต้องหาคดีขอนแก่นโมเดล ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดขอนแก่น เข้าพบ พ.ต.ท.อธิลักษณ์ หวังสิริวรกุล พนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป.เพื่อมอบตัว หลังจากเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2558 พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แจ้งความดำเนินกับ น.ส.เบญจรัตน์ โดยกล่าวหา “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, รู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนว่าได้มีการกระทำความผิด,การแจ้งนั้นเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ซึ่งความผิดดังกล่าวมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป และข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173, 174, 181 และ 328 โดยนำใบรับมอบอำนาจที่นายธนกฤตมามอบไว้เป็นหลักฐาน


น.ส.เบญจรัตน์กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายธนกฤตถูกออกหมายจับว่าเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาร่วมกระทำความผิดในคดีขอนแก่นโมเดลเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน แต่นายธนกฤตถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 จึงไม่มีทางเป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ วันที่ 28 พฤศจิกายน นายธนกฤตจึงมอบอำนาจให้ตนแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.วิจารณ์ ต่อมามีทหารเดินทางไปพบนายธนกฤตที่เรือนจำพร้อมขอให้ถอนแจ้งความเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการถอนหมายจับ แต่เมื่อนายธนกฤตถอนแจ้งความกลับพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ถอนหมายจับตามที่ตกลงกันไว้ ต้นเดือนธันวาคม จึงมอบอำนาจให้ตนมาแจ้งความดำเนินคดีใหม่อีกครั้ง

น.ส.เบญจรัตน์กล่าวอีกว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2558 พล.ต.วิจารณ์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตน 5 ข้อหา โดยอ้างว่านายธนกฤตไม่ได้ประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ วันนี้ตนจึงเข้ามามอบตัวพร้อมนำหลักฐานการมอบอำนาจจากนายธนกฤต ซึ่งระบุให้ตนเป็นผู้แจ้งความแทนมาให้พนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ ยืนยันตนเพียงแค่ทำตามที่ได้รับมอบอำนาจจากนายธนกฤตในฐานะทนายเท่านั้น พร้อมขอความเป็นธรรม หากคณะพนักงานสอบสวนต้องการแจ้งความเอาผิดจริง ก็ต้องดำเนินคดีกับนายธนกฤตซึ่งเป็นผู้มอบอำนาจด้วย ทั้งนี้ ตนได้ฟ้องศาลกลับเพื่อขอให้ดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนและ พล.ต.วิจารณ์ในข้อหาดังกล่าวที่แจ้งจับตนเช่นกัน

น.ส.เบญจรัตน์กล่าวต่อว่า ส่วน พล.ต.วิจารณ์จะมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับ พล.ต.วิจารณ์เป็นการส่วนตัว จึงไม่มีเจตนากลั่นแกล้งแน่นอน แต่รู้สึกว่าตนเป็นฝ่ายที่ถูกกลั่นแกล้งมากกว่า อย่างไรก็ตาม ตนเตรียมหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวเป็นเงินสดจำนวน 300,000 บาทด้วย นอกจากนี้ จะขอแจ้งข้อหาเพิ่มเจ้าหน้าที่ทหารในข้อหาข่มขู่ตนเพิ่มเติมอีกด้วย

Advertisement