รวบ 2 พม่าหัวใส ลักต้มน้ำกระท่อมขายแบบบุพเฟ่ต์ให้เพื่อนร่วมชาติ

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 18 กันยายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3 พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3 แถลงจับกุม นายเฮียน โก อายุ 21 ปี นายเมียว มินท์ อายุ 29 ปี ทั้ง 2 รายเป็นชาวเมียนมา พร้อมของกลาง น้ำต้มพืชกระท่อมบรรจุอยู่ในหม้อ ถุง และขวดขนาดต่างๆ รวม 66 ลิตร ,ใบพืชกระท่อมสด 3.5 กิโลกรัม ,ยาแก้ไอ 4 ขวด ,เตาแก๊สปิกนิค ,ตาชั่ง ,ถังน้ำพลาสติก 1 ใบ ,กรวยพลาสติกสำหรับกรอกน้ำ 2 อัน ,แก้วน้ำพลาสติก 2 ใบ,สมุดบัญชีรายละเอียดลูกค้าและบันทึกการจำหน่ายน้ำกระท่อม และลังโฟม โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ตึกเอ็ม 4 ห้อง 214 หมู่บ้านเจริญสินธานี หมู่ 2 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 17 กันยายน เวลาประมาณ 18.30 น.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร สืบทราบว่าที่ตึกเอ็ม 4 ห้อง 214 หมู่บ้านเจริญสินธานี มีกลุ่มวัยรุ่นชาวเมียนมาจำนวนหลายคน กำลังลักลอบผลิตและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้ำต้มพืชกระท่อม) ให้กับแรงงานชาวเมียนมา จึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบห้องพักดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบ นายเฮียน โก และนายเมียว มินท์ กำลังจำหน่ายน้ำต้มใบกระท่อมให้กับ นายเคียว เคียว และนายออง เมียว เพื่อนร่วมชาติ จึงทำการจับกุมได้พร้อมของกลางกว่า 10 รายการ

สอบสวนนายเฮียน โก และนายเมียว มินท์ให้การรับสารภาพว่า ได้เช่าห้องพักดังกล่าวเพื่ออยู่อาศัยและลักลอบต้มน้ำใบกระท่อมผสมโค้กและยาแก้ไอ จำหน่ายให้กับแรงงานชาวเมียนมา มากว่า 2 เดือนแล้ว โดยขายขวดใหญ่ ขนาด 1.25 ลิตร ราคา 100 บาท และขวดเล็ก ขนาด 0 .590 ลิตร ราคา 50 บาท และมีแบบเข้ามาดื่มที่ห้องพักตนเองแบบบุฟเฟ่ต์ หัวละ 50 บาท เบื้องต้นแจ้งข้อหาทั้งหมดร่วมกันผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้าต้มพืชกระท่อม) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ,ร่วมกันมียาแผนปัจจุบัน (ยาแก้ไอ) ซึ่งเป็นยาอันตรายไว้เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต,เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้สาวหวิดดับสายสื่อสารรัดคอเกือบขาด(ชมคลิป)
บทความถัดไปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสิ่งของญาติจนท.เสียชีวิต จ.ปัตตานี