เก็บดีเอ็นเอ ‘น้ำอุ่น’ เปรียบเทียบ หลักฐานในตัว ‘ลันลาเบล’ สอบปากคำแล้วกว่า 10 ปาก

19.09.19 | 10:50 น.

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีเหตุพบศพหญิงสาวเสียชีวิต ในพื้นที่ สน.บุคคโล ว่าได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สน.บุคคโล ว่า จากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ในวันที่ 16 กันยายน เวลาประมาณ 12.30 น. ผู้ตายได้ขับรถเข้าไปในหมู่บ้านพฤกษา 3 จ.นนทบุรี ซึ่งต่อมา นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น ก็ได้ขับรถเข้ามาภายในหมู่บ้านพฤกษา 3 เช่นกัน จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. นายรัชเดช อุ้มผู้ตายออกมาจากบ้านเลขที่ 100/199 หมู่บ้านพฤกษา 3 นำผู้ตายไปขึ้นรถของตนเอง และเดินทางไปยัง คาซ่า คอนโด รัชดา-ราชพฤกษ์ แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพ แล้วได้พาตัวผู้ตาย(อยู่ในสภาพหมดสติ) เข้าไปภายในห้อง 88/58 ชั้น 6 ของคอนโดดังกล่าว


ต่อมาในวันที่ 17 กันยายน เวลา 01.03 น. นายรัชเดช ได้ติดต่อทางไลน์กับ น.ส.นุชนาถ เพื่อนของผู้ตาย ให้มารับผู้ตาย พร้อมส่งตำแหน่งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ให้ไป จากนั้นเวลาประมาณ 01.37 น. นายรัชเดช อุ้มผู้ตายออกจากห้อง และนำผู้ตายเข้าลิฟท์เพื่อลงไปยังล็อบบี้ และนำผู้ตายไปวางนอนไว้บนโซฟา บริเวณล็อบบี้ของคอนโด จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.50 น.เพื่อนและแฟนของผู้ตายมาถึง คาซ่า คอนโด และพบผู้ตายได้เสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้มาตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก ภายหลังจากพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไล่กล้องวงจรปิดและสอบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องไปกว่า 10 ปาก โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายรัชเดช ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในสถานที่เกิดเหตุของคดีนี้ มาให้ปากคำเพิ่มเติม ประกอบกับได้นำตัวไปตรวจร่างกายเพิ่มเติม และตรวจเก็บ DNA เพื่อเปรียบเทียบพยานหลักฐานที่พบในตัวผู้ตาย ที่ รพ.ตร.

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อและยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป จนกว่าจะได้รับผลการชันสูตรพลิกศพ จากทางนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อระบุสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแท้จริงและประเด็นอื่นๆที่เกิดข้อสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้นโดยเร็ว ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจมั่นใจ ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนและพิสูจน์ทราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่าดำเนินการตามพยานหลักฐาน ภายใต้กรอบระยะเวลาและกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะไม่มีการจับแพะเป็นเด็ดขาด ทั้งนี้ขอให้รอรับฟังข้อมูลจากทางราชการเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสนแก่ประชาชนและสังคม

Advertisement

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการ ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว สิ้นกระแสความในทุกประเด็น ที่มีข้อสงสัย คำถาม หรือเงื่อนงำต่างๆในคดี โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงการกระทำความผิดของผู้ต้องหาหรือความเชื่อมโยงต่างๆเป็นสำคัญ ดำเนินการด้วยความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่สำคัญต้องสามารถตอบคำถาม ข้อสงสัยของสังคมได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจในการอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน