ฝากขัง ‘นายหัวขลุด’ คนดังเกาะสมุย ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ -ป.ป.ส.จ่อ อายัดทรัพย์

23.09.19 | 18:39 น.

จากกรณีตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ ป.ป.ส.ภาค 8 จับกุม นายสมพงศ์ หรือขลุด เรืองศรี อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/2 หมู่ 6 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ 6/2562 ลงวันที่ 16 มกราคม 2562 ข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์) เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่เกาะสมุย จับกุมได้ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 พร้อมตรวจยึดรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ และรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค รวม 2 คัน สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท นาฬิกายี่ห้อหรู 2 เรือน และเงินในบัญชีธนาคารกว่า 10 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 5 ล้านบาท พร้อมคุมตัวเข้าค้นบ้านพักที่เกาะสมุยด้วยนั้น


เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 23 กันยายน พนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ควบคุมนำตัวนายสมพงศ์ หรือนายหัวขลุด ผู้ต้องหา ไปขออำนาจต่อศาลจังหวัดเกาะสมุยขอฝากขังผู้ต้องหาในเรือนจำเกาะสมุย หลังการสอบสวนปากคำแล้วเสร็จ พร้อมได้ขอคัดค้านการประกันตัวไว้ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาสำคัญในคดีและเคยมีประวัติกระทำผิดในคดียาเสพติดถูกจำคุกมาก่อน โดยยังไม่มีญาติหรือทนายมาติดต่อขอประกันตัวนายสมพงศ์แต่อย่างใด

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 80/2 หมู่ 6 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย ที่เปิดเป็นสำนักงานห้างหุ้นส่วนจำกัดเรืองศรี กรุ๊ฟ บริการรถตู้วีไอพี ให้เช่ารถทั่วราชอาณาจักร ได้ตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการที่เชื่อว่าได้มาจากการค้ายาเสพติด และแม้การสอบสวนปากคำในเบื้องต้นนายสมพงศ์ให้การปฏิเสธ อ้างว่าภายหลังพ้นโทษออกมาได้ทำมาหากินสุจริตด้วยการทำธุรกิจรถเช่า ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่การทำงานสืบสวนของชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี ที่ทำงานร่วมกับ ป.ป.ส.ภาค 8 ได้มีการเฝ้าติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้มานานกว่า 1 ปี

พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวว่า ผลการติดตามจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้ถึง 15 คน รวมตัวนายสมพงศ์ ที่ถูกเรียกขานในกลุ่มนี้ว่า “นายหัว” ซึ่งเรามีการทำงานอย่างเป็นระบบและละเอียด โดยมีพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการนี้ได้ถึง 23 หมายจับ โดยการจับกุมนายเสรี ช่วยชนะ ตัวการใหญ่ก่อนหน้านี้ และการจับกุมนายสมพงศ์ในครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะ (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) น่าจะมีแนวโน้มลดลง

Advertisement

“ส่วนการยึดอายัดทรัพย์สินทราบว่าขณะนี้ ป.ป.ส.ภาค 8 กำลังดำเนินการตรวจสอบตามเส้นทางการเงินที่ได้มีการตรวจสอบและที่รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี จะสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป หากพบผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องหรือผู้ค้ารายอื่นๆ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีละเว้น” พล.ต.ต.อภิชาติกล่าว

ข่าวแจ้งว่าบรรยากาศบนเกาะสมุยและตามกลุ่มสื่อโซเชียลสาธารณะเกาะสมุย ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์การจับกุมนายสมพงศ์ หรือ “นายหัวขลุดเกาะสมุย” อย่างกว้างขวาง เนื่องจากทราบว่านายสมพงศ์เคยถูกจับในคดียาเสพติดมาก่อน ไม่คาดคิดว่าจะกลับมาถูกจับกุมซ้ำอีกเป็นรอบที่ 2