‘ศรีวราห์’นำทีมยึดเรือ 2 ลำปากน้ำระนอง พบแรงงานผิดกว่า 30 สาวถึงนายหน้าค้ามนุษย์

28.01.16 | 14:40 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 มกราคม ที่ท่าเรือแสนสดใส ต.ปากน้ำระนอง อ.เมืองระนอง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะเข้าตรวจสอบเรือประมง 3 ลำ ที่ตำรวจน้ำร่วมกับทหารเรือยึดไว้หลังพบลักลอบทำประมงโดยไม่เป็นไปตามคำสั่ง คสช. และกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ โดยมีพล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล ผบก.ภ.จว.ระนอง ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่


โดยเรือประมง 3 ลำประกอบด้วย เรือ ก.นาวามงคลชัย 1 ก.นาวามงคลชัย 8 และก.นาวา 19 ที่สามารถยึดได้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา หลังพบกระทำความผิดฐานทำประมงโดยไม่เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ทำผิดพระราชบัญญัติเดินเรือในน่านน้ำไทย โดยใบอนุญาตของไต้ก๋งเรือไม่ตรงกับชนิดของการทำประมง ผิดพระราชบัญญัติเรือไทย โดยเลขเครื่องยนต์ไม่ตรงกับทะเบียนเรือ และพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พบไม่มีใบอนุญาต

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังพบว่า เรือ ก.นาวามงคลชัย 1 และ ก.นาวามงคลชัย 8 กระทำผิดฐานค้ามนุษย์ โดยพบแรงงานที่ผิดกฎหมายในเรือทั้ง 2 ลำกว่า 30 คน ขออนุมัติหมายจับกุมไต้ก๋งเรือ 2 คน คือนายเรืองชัย ผิวงาม และนายบรรจบ แก่นแก้ว พร้อมออกหมายจับ นางคำนึงนวล วงศ์ขจรกิตติ อายุ 51 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเจ้าของเรือทั้ง 3 ลำที่ตำรวจตรวจยึดได้

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้ ตำรวจพบพฤติกรรมการบังคับใช้แรงงานประมง โดยมีการทำร้ายร่างกายลูกเรือประมง ที่อยู่บนเรือ ก.นาวามงคลชัย 1 และ ก.นาวามงคลชัย 8 ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ในข้อหาต่างๆ เว้นแต่เรื่องใบอนุญาตประมงที่ระบุว่าเป็นเรื่องของเจ้าของเรือ ซึ่งข้อมูลพบว่ายังมีเรือประมงอีกจำนวนหนึ่งยังกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ และละเมิดคำสั่ง คสช.ขณะที่ทุกภาคส่วนกำลังร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้การทำประมงไทยถูกต้องเป็นไปตามหลักไอยูยู ในส่วนของตำรวจนั้นตนสั่งการให้บังคับใช้กฎหมายทุกข้ออย่างเข้มงวด รวมถึง พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมืองด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมาย โดยทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกำชับให้ดำเนินการแก้ปัญหานี้อย่างเต็มที่

Advertisement

ด้าน พล.ต.ต.กฤตธพล ยี่สาคร ผู้บังคับการตำรวจน้ำ ระบุว่า การตรวจยึดเรือทั้ง 3 ลำ เนื่องจากในเดือนตุลาคม 2557 มีลูกเรือของเรือ ก.นาวามงคลชัย 1 หลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือเพราะถูกหลอกให้มาคัดแยกปลาที่จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนจะพาขึ้นเรือออกมาใช้แรงงาน หากไม่ทำตามคำสั่งก็จะใช้ไม้ตี และทำร้ายร่างกาย ทำให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสืบสวนขยายผล จนออกหมายจับไต้ก๋งเรือ และเจ้าของเรือ ก่อนสามารถจับกุมและตรวจยึดเรือลำดังกล่าวไว้ และกำลังขยายผลถึงนายหน้านำพาแรงงานมาค้ามนุษย์ ซึ่งจากการสืบสวนขยายผล ยังพบว่านางคำนึงนวล เป็นเจ้าของเรือที่มีธุรกิจประมงทั้งในน่านน้ำไทย และน่านน้ำอินโดนีเซียอีกด้วย โดยจะตรวจสอบหากเรือทั้งหมดมีการทำผิดกฎหมายจะต้องดำเนินคดีและยึดเรือ

จากนั้น รอง ผบ.ตร. ยังเดินทางเข้าตรวจสอบ ท่าเรือแสงทอง อ.เมืองระนอง ซึ่งมีเรือทรัพย์สิงห์ไทย 20 และ ส.สมบูรณ์ 19 จอดเทียบท่า หลังมีลูกเรือประมงเสียชีวิต รวม 6 คน ขณะออกหาปลาที่คาบสมุทรอินเดีย พร้อมสั่งกำชับให้ตำรวจ สภ.ปากน้ำระนอง และตำรวจน้ำตรวจสอบให้ละเอียดว่า เรือทั้ง 2 ลำมีการกระทำความผิดข้อหาอื่นอีกหรือไม่ นอกจากข้อหาที่เคยดำเนินคดีไปแล้ว

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ให้เวลาตำรวจน้ำและ สภ.ท้องที่ ตรวจสอบข้อกฎหมายให้ละเอียดว่าเรือประมงทั้ง 2 ลำกระทำการฝ่าฝืน หลีกเลี่ยงกฎหมายใดหรือไม่ โดยให้ดำเนินคดีทุกข้อหา รวมถึงต้องสืบสวนสอบสวนให้ชัดว่าผิดกฎหมายอาญาหรือไม่ กระทำการประมาทให้ลูกเรือถึงแก่ความตายหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีและให้สิทธิญาติลูกเรือที่เสียชีวิตสามารถฟ้องร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหาย