หนุ่มโรงงานดริฟต์รถกระบะโชว์หน้าร้านอาหาร เสียหลักกวาดมอ’ไซค์จอดหน้าร้านล้มเสียหายหลายคัน ก่อนทิ้งรถหลบหนี           

3.10.19 | 10:04 น.

เมื่อเวลา 00.30 น วันที่ 3  ตุลาคม ร.ต.อ.เสนีย์ พาชอบ รอง สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางตรวจสอบบริเวณด้านหน้าร้านอะมิวเซ่  อยุธยา ริมถนนเดชาวุธ ตัดกับถนน คลองมะขามเรียงสี่แยกไฟแดงหน้ากองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่บริเวณหน้า ร้านอะมิวเซ่ มีนักท่องเที่ยวต่างยืนดูจำนวนมาก


เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีขาวฝากระโปรงสีดำ ทะเบียน  กพ 6289 พระนครศรีอยุธยา สภาพกันชนด้านหน้า ฝากระโปรงและไฟ ได้รับความเสียหายโดยมีรถจักรยานยนต์ถูกชนล้มระเนระนาด อยู่หน้าร้านอะมิวเซ่ จำนวน 9 คัน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

สอบถามนายชูเกียรติ ชูช่วย อายุ 40 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์และนั่งอยู่หน้าร้าน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุได้เห็นรถกระบะคันดังกล่าววิ่งมาจากถนนเดชาวุธผ่านหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เห็นรถคันดังกล่าว มาด้วยความเร็วและดริฟต์รถ ทำให้รถเสียหลักหมุนไปชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่หน้าร้าน จนล้มระเนระนาดจำนวนหลายคันจากนั้นคนขับรถ กระบะ เป็นผู้ชายแต่งชุดโรงงาน ลงมาจากรถ และอ้างว่าเบรกไม่อยู่ จากนั้นก็ทำทีเป็นโทรศัพท์ ช่วงจังหวะที่กำลังชุลมุนวุ่นวายกันอยู่ คนขับรถกระบะก็หลบหนีหายไป

ทางด้าน ร.ต.อ.เสนีย์ พาชอบ รอง สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่องรอยเบรกล้อรถกระบะบนถนนเป็นทางยาวก่อนไปพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดหน้าร้าน จำนวน 9 คันเสียหายส่วนคนขับรถกระบะได้หลบหนี จากการตรวจสอบภายในรถพบบัตรพนักงานโรงงานระบุชื่อนายโกสิทธิ ตระการไทย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและได้เรียกผู้เสียหาย ที่เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวมานั่งในร้านอะมิวเซ่เพื่อสอบปากคำและการเป็นเจ้าของ ก่อนให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูช่วยกันลำเลียงรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายขึ้นรถกระบะนำไปเก็บไว้เป็นของกลาง ส่วนคนขับรถกระบะคู่กรณีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถว่าใครเป็นผู้ครอบครองก่อนจะเรียกมาทำการสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป

Advertisement