อธิบดีดีเอสไอ เตรียมบินเช็กพิกัดเส้นทางเข้า-ออก อุทยานแก่งกระจาน คลี่ปมคดีฆ่าบิลลี่

6.10.19 | 16:26 น.

อธิบดีดีเอสไอเตรียมลงพื้นที่บินเช็กพิกัดเส้นทางเข้า-ออก อุทยานแก่งกระจาน คดีฆ่าบิลลี่ อีก 2-3 วัน รู้ผลดีเอ็นเอสกัดได้หรือไม่


เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ กะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ว่าในวันพรุ่งนี้ (7 ต.ค.) เวลา 09.00 น. ที่ดีเอสไอ จะมีการประชุมคณะทำงานและพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้า ทั้งนี้ ในส่วนของผลการตรวจดีเอ็นเอจากเศษกระดูกที่พบในบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดว่า 2-3 วัน จะทราบว่าสามารถสกัดดีเอ็นเอจากเศษกระดูกที่ส่งไปได้หรือไม่ เนื่องจากเศษกระดูกที่ส่งไปจำนวน 8 ชิ้นนั้นได้รับความเสียหายอย่างมาก ซึ่งจะต้องใช้กรรมวิธีทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสกัดดีเอ็นเอว่าจะปรากฏผลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากยังไม่ปรากฏผลทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมได้ประสานไปยังหน่วยงานต่างประเทศที่สามารถสกัดดีเอ็นเอได้อย่างเชี่ยวชาญ มีห้องปฏิบัติการและเครื่องมือที่ทันสมัยสามารถสกัดได้อย่างแน่นอน และเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากในตอนนี้

พ.ต.อ.ไพสิฐยังกล่าวอีกว่า สำหรับสำนวนการสอบสวนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นั้น ทราบว่าทาง ป.ป.ท.ได้ส่งสำนวนให้ดีเอสไอเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ (4.ต.ค.) ที่ผ่านมา ดังนั้นในวันพรุ่งนี้คงมีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าจะให้รายละเอียดในช่วงหลังประชุม

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะร่วมประชุมกับคณะทำงานคลี่คลายคดีดังกล่าว เพื่อรับทราบและรายงานผลความคืบหน้าทางคดีในแต่ละชุดทำงานที่มอบหมาย ทั้งนี้ ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ตนและอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่โดยรอบของอุทยาน

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอเตรียมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจเพื่อตรวจสอบเส้นทาง เข้า-ออก ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่าสามารถเดินทางเข้าออกได้กี่เส้นทาง เพื่อให้สอดคล้องกับการจำลองเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคดีได้ดำเนินการไว้แล้วพอส่วนที่จำลองเหตุการณ์ภาคพื้นดินที่มีช่วงระยะเวลาในวันเกิดเหตุแต่ละจุด ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะมีการนำเสนอประกอบสำนวนคดีเพื่อความรัดกุมอุดช่องโหว่ของคดี