ตำรวจท่องเที่ยวโชว์จับลุงวัย 57 ล้วงบัตรเครดิตหนุ่มเมืองเบียร์ กดตังค์กว่า 1 แสน

ตำรวจท่องเที่ยวโชว์จับลุงวัย 57 ล้วงบัตรเครดิตหนุ่มเมืองเบียร์กดตังค์กว่า 1 แสน พบประวัติฉาวอื้อ

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ศูนย์การค้าธัญญาปาร์ค ถนนศรีนครินทร์ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท.พร้อม พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบช.ทท.,พล.ต.ต.วงพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายธวัชรัตน์ หรือ พิธาวัชร์ หรือประสิทธิ์ หรืออนุชิต ฝ้ายเพ็ชร์ หรือ อัครฐิติวีรกุล หรือหมง อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 666/62 ลงวันที่ 3 ต.ค. 62 ในความผิดฐาน “ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสด” สามารถจับกุมได้ที่บริเวณแมนชั่นแห่งหนึ่ง ย่านบางอ้อ ถนนจรัญสนิทวงศ์ กทม.

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวว่าเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทท. ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันว่า บัตรเครดิตจำนวน 2 ใบได้หายไประหว่างโดยสารรถทัวร์ไม่ประจำทาง จากเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มายัง กทม. เพื่อต่อรถไปเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ต่อมาทราบภายหลังว่าบัตรเครดิตที่หายไปถูกนำไปใช้ทั้งหมด 6 ครั้ง ในห้างสรรพสินค้าย่านรามอินทรา รวมมูลค่าเกือบ 1 แสนบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายธวัชรัตน์ หรือ พิธาวัชร์ หรือประสิทธิ์ หรืออนุชิต ฝ้ายเพ็ชร์ หรือ อัครฐิติวีรกุล หรือหมง ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดมีนบุรี อนุมัติหมายจับจนนำมาสู่การจับกุม

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวต่อว่า สำหรับการก่อเหตุลักษณะนี้ จะทำเป็นขบวนการโดยจะมีพนักงานประจำรถโดยสาร (ทัวร์ 30) ร่วมมือกับผู้ต้องหา ฉวยโอกาสขณะนักท่องเที่ยวเผลอ ลอดตัวไปยังช่องพิเศษซึ่งได้เจาะไว้แล้ว ลงไปยังห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถ จากนั้นจะลงมือก่อเหตุลักทรัพย์สิน หรือหากเป็นรถโดยสารปกติ ก็จะอาศัยช่วงที่นักท่องเที่ยวอยู่ห่างจากกระเป๋าสัมภาระ ลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เช่นเงินสด และบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นพนักงานประจำรถจะนำขายต่อนายธวัชรัตน์ ในราคาใบละ 3-5 พันบาท จากนั้นนายธวัชรัตน์ จะนำบัตรมารูดซื้อสินค้าราคาแพงตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก่อนนำสินค้าที่ได้มาทั้งหมดไปขายต่อแลกเป็นเงินสดก่อนจะนำมาแบ่งกันอีกครั้ง

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ นายธวัชรัตน์ เคยก่อเหตุลักษณะเช่นนี้มาแล้วหลายครั้งในหลายพื้นที่ และเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นๆ เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าแทนเงินสดโดยมิชอบ ในท้องที่สน.ชนะสงคราม และถูกตำรวจท่องเที่ยวจับในปี 2558 ซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัว และหลบหนีศาล จนถูกออกหมายจับ ระหว่างที่หลบนี้ยังก่อเหตุมาตลอดและถูกจับดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ลักทรัพย์ และรับของโจร ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.ภูเก็ต โดยศาลพิพากษาให้จำคุกมาแล้ว 2 ครั้ง ก่อนพ้นโทษออกมาในปี 61 และมาก่อเหตุซ้ำจนถูกจับกุมในที่สุด จากนี้จะนำตัวส่งศาลอาญาเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสารรถประจำทางหรือรถทัวร์ต่างๆ ที่ต้องเดินทางไกลๆ ให้ระวังเรื่องทรัพย์สินเป็นพิเศษ อย่าเก็บห่างตัวเพื่อเป็นการปิดช่องว่างไม่ให้คนร้ายมาก่อเหตุในลักษณะนี้อีก

บทความก่อนหน้านี้‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน ‘3 ทศวรรษ น้ำพระทัยสมเด็จเจ้าฟ้าสู่โอลิมปิกวิชาการ 25 ต.ค.นี้
บทความถัดไป‘เจริญ’บ่นฟิลิปปินส์ฝืนธรรมนูญซีเกมส์ ‘หมอมีชัย’ขู่นักกีฬาสอบสารต้องห้ามไม่ผ่านอดไป