รวบ ‘น้องบัว เกียรติประกอบ’ อดีตนักมวยทีมชาติไทย ผันตัวค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2562 ร.ต.อ.อุดม ชูเก็น สารวัตร (สืบสวน) สภ.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้นำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 103 บ้านในทอน หมู่ 11 ต.สุโสะ หลังจากที่สืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวมียาเสพติด เมื่อไปถึงกำลังตำรวจได้ทำการปิดล้อม ก่อนบุกเข้าไปตรวจสอบ และเข้าแสดงตัว พบนายชำนิ มีลือ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย น.ส.นิสานาฎ รอดแสน หรือบัว อายุ 26 ปี เจ้าของบ้านซึ่งทั้งสองอยู่ภายในบ้านและมีอาการตื่นตกใจ

ขณะที่นายชำนิ หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่จึงอาศัยจังหวะรีบวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหลังบ้าน และวิ่งเข้าสวนยางพาราไปอย่างไร้ร่องรอย จึงทำการควบคุมตัว น.ส.นิสานาฏ ไว้ได้พียงคนเดียว ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าจำนวน 3,322 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 600 กรัม น้ำต้มพืชกระท่อม 1 ขวด จำนวน 1 ลิตร อาวุธปืนยาวขนาด .22 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 4 นัด จึงนำไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน เค้นสอบ น.ส.นิสานาฎ ให้การรับสารภาพว่าตนและนายชำนิ ซึ่งเป็นสามีได้ทำการค้ายาจริง และทำการตรวจปัสสาวะผลปรากฏว่ามีสีม่วง ส่วนประวัติของ น.ส.นิสานาฎ แต่เดิมเคยเป็นอดีตนักมวยทีมชาติไทย ในชื่อ “น้องบัว เกียรติประกอบ” และยังได้เข้าอบรมนายร้อยตำรวจ แต่เกิดตั้งท้องกับสามีเก่าเสียก่อน จึงไม่ได้ไปรายงานตัว และได้ผันตัวมาเป็นนักค้ายา ในขณะนั้นอายุ 20 ปี ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและรับโทษอยู่จำนวนหลายปี กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงได้หย่าร้างกับสามีเก่า และมาอยู่กินกัน นายชำนิ และยังคงยึดการค้ายาต่อมาจนมาถูกจับกุมในขณะนี้
ขณะเดียวกัน นายชำนิ ซึ่งเป็นสามีใหม่ เคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืน พื้นที่ สภ.ปะเหลียน ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี แต่ได้อยู่ระหว่างการประกันตัวข้อยื่นอุทธรณ์

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ ตร.ได้ควบคุมตัว น.ส.นิสานาฏ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อ ร.ต.อ.วิสวัส ไพบูลย์ รองสว.(สอบสวน) สภ.ปะเหลียน พร้อมกับแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวฝากขังต่อไป ส่วนทางด้าน นายชำนิ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการขออนุมัติหมายศาลนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

บทความก่อนหน้านี้สูตรสำเร็จบอลกระชับมิตร! ‘อินทรีเหล็ก’ นำก่อน 2 ตุงแต่โดน ‘ฟ้า-ขาว’ไล่เจ๊า 2-2 (คลิป)
บทความถัดไป“กปภ. ช่วยผู้ประสบภัยลุยฟื้นฟูหลังน้ำลด”