เก็บดีเอ็นเอ พี่สาวชายต้องสงสัย คนงานเล้าหมู คดีฆ่าโทโมโกะ โดนเพื่อนวางยาตายแล้ว สมศักดิ์เผยได้ข้อมูลพยานบอกเล่าชายต้องสงสัยเมา คลุ้มคลั่ง ลั่น “มีดเล่มนี้ใช้ทำร้ายโทโมโกะ” มีประวัติติดสุรา-เสพยา ด้านสถานฑูตญี่ปุ่นยังกังวลอายุความคดี
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ต.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลัง ตำรวจญี่ปุ่นพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กงสุลของสถานทูตประเทศญี่ปุ่น เข้าพบเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีฆาตกรรม น.ส.โทโมโกะ คาวาซิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ที่เสียชีวิตในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2550 ว่า วันนี้( 16 ต.ค) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ลงพื้นที่เก็บดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยโดยขยายพื้นที่จากเดิมในระยะ 200 เมตร เป็น 938 เมตร ก่อนหน้านี้เคยมีการเก็บดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยและกลุ่มผู้ต้องสงสัย 326 ตัวอย่างเพื่อนำมาประกอบข้อมูลวัตถุพยานอีก 24 ชิ้น รวม 350 ตัวอย่างดีเอ็นเอ โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตฯได้สอบถามถึงสิ่งบอกเหตุที่ทำให้ทางการไทยต้องดำเนินการต่อ ตนจึงชี้แจงว่าเมื่อช่วงต้นปี 2562 ได้พยานบุคคลบอกเล่าถึงตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งทำงานฟาร์มหมูแห่งหนึ่งบริเวณจุดที่เจ้าหน้าขยายวงรอบในกรอบการตรวจครั้งใหม่ โดยพยานบุคคลได้เล่าว่า ขณะที่ผู้ต้องสงสัยมีอาการคุ้มคลั่งได้บอกเล่าว่ามีดด้ามดังกล่าวได้ใช้ทำร้ายโทโมโกะ ปัจจุบันผู้ต้องสงสัยได้เสียชีวิตแล้วตั้งแต่ปี 2553 จากการถูกวางยาพิษ ซึ่งผู้ต้องหาที่ฆ่าชายผู้ต้องสงสัยก็ถูกจับกุมและตรวจดีเอ็นเอ แล้วแต่ก็ไม่ตรง ทั้งนี้ชายผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวได้ขณะเสียชีวิตอายุในวัย 32 ปี มีประวัติติดสุราและยาบ้า แต่ในช่วงเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวไม่ได้เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ถูกเก็บดีเอ็นเอเนื่องจากอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุในรัศมี 938 เมตร ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวตำรวจปูพรมตรวจดีเอ็นเอบุคคลในรัศมี 200 เมตรเท่านั้น

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อได้เบาะแสจากพยานบอกเล่าจากเพื่อนของผู้ต้องสงสัยที่เคยได้ยินผู้ต้องสงสัยพูดขณะมึนเมาว่า “มีดเล่มนี้ใช้ทำร้ายโทโมโกะ” ดีเอสไอจึงลงพื้นที่นำกระดูกของผู้ต้องสงสัยมาตรวจพิสูจน์ แต่ไม่สามารถสกัดสารดีเอ็นเอได้เนื่องจากผู้ตายถูกฌาปนกิจ กระดูกถูกเผาด้วยความร้อนสูงจึงไม่หลงเหลือดีเอ็นเอ ดังนั้น จึงพุ่งเป้าเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอพี่สาวผู้ต้องสงสัยและคนงานในฟาร์มหมูทั้งหมด รวมถึงผู้ที่มีประวัติติดยาเสพติด ลักขโมย ทั้งหมด โดยคาดว่าจะสามารถแถลงความชัดเจนถึงผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอได้ภายในวันที่ 15 พ.ย. หากดีเอ็นเอของเป้าหมายตรงกับร่องรอยที่ทิ้งไว้บนเสื้อผ้าของโทโมโกะ ก็จะช่วยบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะสรุปสำนวนการสอบสวน เชื่อว่าดีเอ็นเอจะช่วยตอบคำถามในคดีได้ดีที่สุด
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นแสดงความเป็นห่วงอายุความคดีฆาตกรรมซึ่งจะหมดอายุความในปี 2570 ทำให้เหลือเวลาอีก 7-8 ปี ก็จะพยายามเร่งรัดติดตามอย่างเต็มที่ เพราะคงไม่สามารถไปแก้กฎหมายให้คดีอาญาของไทยไม่มีอายุความเหมือนที่ประเทศญี่ปุ่นได้ ส่วนประเด็นที่ญี่ปุ่นกังวลว่าไทยเคยหยุดการสอบสวนไประยะหนึ่ง ขอยืนยันว่าดีเอสไอไม่เคยหยุดการสืบสวนหาข้อมูลในทางลับ การสอบสวนเหมือนจะหมดประเด็นเพราะดีเอ็นเอไม่ตรงกับวัตถุพยาน แต่เมื่อตนได้รับทราบข้อมูลจากตำรวจในพื้นที่หลังเหตุการณ์ผ่านมา 11 ปีว่าใครเข้าข่ายเป็นผู้ต้องสงสัยหรือฆาตกรจึงต้องดำเนินการอย่างถึงที่สุด มูลเหตุจูงใจที่มีการเร่งรัดคดี เพราะตนเป็นคนสุโขทัยที่เกิดเหตุอยู่ไม่ไกลบ้าน จึงคิดมาตลอดว่าหากมีโอกาสอยากช่วยสะสางคดีที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นหายไปจำนวนมาก ก่อนเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาเที่ยวสุโขทัยปีละ 10,000 คน แต่หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นไม่มาสุโขทัยอีกเลย แม้การท่องเที่ยวจะทำประชาสัมพันธ์เต็มที่ก็ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาได้เพียง 60% จึงจำเป็นต้องคลี่คลายคดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า ทางการญี่ปุ่นได้สอบถามถึงเงินประกันชีวิตกรณีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตซึ่งสามารถนำมาเป็นรางวัลนำจับให้กับคดีโทโมโกะ ตนจึงได้สอบถามไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้รัฐบาลจ่ายเงินประกัน 300,000-1,000,000 บาทให้กับกรณีของโทโมโกะเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากการทำประกันให้นักท่องเที่ยวเพิ่งเริ่มเมื่อปี 2553 หลังคดีโทโมโกะเกิดขึ้นแล้ว 3 ปี หากมีความชัดเจนก็จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานการแถลงข่าวครั้งนี้สื่อมวลชนจากประเทศญี่ปุ่น.หลายสำนักร่วมฟังการแถลงข่าวพร้อมทั้งซักถามในประเด็นข้อสงสัยในครั้งนี้ด้วย



