ผบ.ตร.จี้จับกุม กระบะ 4 คัน ไล่ยิงกันสนั่นถนนสายเอเชีย แถว อ.อุทัย กรุงเก่า

แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกณีเหตุการณ์รถกระบะ 4 คัน ไล่ยิงกันสนั่น ถนนสายเอเชีย คนร้ายโทรตามพวกนับสิบ รุมตื้บคนเจ็บซ้ำ ในพื้นที่ สภ.อุทัย จว.พระนครศรีอยุธยา ว่าได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ว่า หลังจากเกิดเหตุในคืนวันที่ 19 ตุลาคม บริเวณถนนสายเอเชีย กม.19 ซึ่งมีการขับขี่รถปาดหน้ามาตามถนนผ่านหลายท้องที่ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะก่อเหตุ โดย ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้มอบหมายให้ สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา และ สภ.อุทัย ร่วมกันสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

จากนั้นพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันออกตรวจสถานที่เกิดเหตุเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน หัวกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน สอบปากคำพยานในเบื้องต้น พร้อมส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์ ในส่วนของคู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บได้ส่งตัวให้แพทย์ทำการรักษาและจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น โดยจะทำการสืบสวนและขยายผลและพิสูจน์ทราบถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี แสวงหาข้อเท็จจริงมาประกอบคดี รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และขณะนี้ทางผู้ได้รับบาดเจ็บได้เข้ามาให้การเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวอีกว่า คงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และพิสูจน์ทราบถึงตัวคู่กรณีที่ก่อเหตุ จากนั้นจะรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหมายจับและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป พร้อมกันนี้ขอฝากเตือนไปยังประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเมื่อเกิดกรณี มีเหตุขับรถเฉี่ยวหรือปาดหน้ากันก็ขอให้ใช้สติ ในการแก้ไขปัญหา อย่าใช้อารมณ์มาเป็นที่ตั้ง เพราะหากมีเหตุทำร้ายกันอาจจะนำมาซึ่งความสูญเสียต่อร่างกายชีวิตหรือทรัพย์สินได้ อีกทั้งจะต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดี มีโทษทั้งจำและทั้งปรับ เสียทั้งเวลาเสียทั้งประวัติ

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานในการกระทำความผิดอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงการกระทำความผิดของผู้ต้องหาเป็นสำคัญ

อีกทั้ง ผบ.ตร.ได้กำชับไปทุกหน่วย ทุกพื้นที่ให้มีมาตรการในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในลักษณะนี้ มีมาตรการออกตรวจตรา กวดขันและจับกุม ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจค้นอาวุธปืน ยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย โดยเมื่อเกิดเหตุให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

อีกทั้งหากประชาชนพบข้อมูลเบาะแสของผู้ก่อเหตุสามารถแจ้งไม่ได้ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา โทร 0-3524-3444, สภ.อุทัย โทร 0-3535-6181 หรือ สายด่วน 191 ตลอด 24 ชม.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“สุวิทย์”สั่ง เพิ่มทักษะแรงงาน รับมือเทคโนโลยีเปลี่ยน ดันงบวิจัยประเทศ 5 ปี 2.8 แสนล้าน
บทความถัดไป‘ธีรรัตน์’ สวน บิ๊กตู่ อาบน้ำร้อนมาก่อนไม่เกี่ยว อยู่ที่รับฟัง-เรียนรู้หรือไม่ จี้หยุดเก็บภาษีแบบรีดเลือดกับปู