ชายลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่ เมาสุราขับรถเก๋งชนรถเมล์แล้วหลบหนี ไม่ยอมเจรจาค่าเสียหาย พร้อมทั้งข่มขู่ว่า “มึงรู้ไหมกูเป็นใคร”
เมื่อกลางดึก วันที่ 22 ตุลาคม ร.ต.อ.ศักดา ศักดิ์เจริญทรัพย์ รอง สว.สอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางคอแหลม รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเก๋ง เฉี่ยวชนกับรถประจำทาง จุดเกิดเหตุปากซอยสุขสวัสดิ์ 5 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฏร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร โดยทางคนขับรถเมล์ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ โดยทางพนักงานขับรถประจำทางและพนักงานเก็บค่าโดยสารได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน และได้นำคลิปในจุดเกิดเหตุ นำมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ติดตามคู่กรณี มาเจรจาตกลงค่าเสียหาในอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยนายอนัน พากเพียร อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นพนักงานขับรถประจำทาง สาย 20 พระสมุทรเจดีย์-ท่าดินแดง หมายเลขทะเบียน 13-0229 กรุงเทพมหานคร หมายเลขข้างรถ 5-45025 ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “ขณะตนเองขับรถออกจากท่าดินแดง เพื่อมุ่งหน้าไปพระสมุทรเจดีย์ ได้จอดรับผู้โดยสารป้ายรถประจำทาง ปากซอยสุขสวัสดิ์ 5 ซึ่งตรงข้ามกับวัดนาค แขวงจอมทอง เขต จอมทอง และได้ขับรถออกจากป้ายรถเมล์ตามปกติ จู่ๆ รถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ทอง เลขทะเบียน ษจ 3053 ซึ่งได้จอดอยู่ข้างไหล่ทางด้านซ้ายเลน 1 (ซ้ายมือ) บริเวณหน้าร้านข้าวต้ม ก็ขับออกมาเลน 2 (ขวามือ) อย่างกะทันหัน จึงได้เฉี่ยวชนกับรถประจำทางที่ตนขับ ช่วงตั้งแต่ประตูกลางรถถึงท้ายรถ ตนจึงจอดรถซึ่งขณะนั่นมีผู้โดยสารอยู่เต็มรถเพื่อลงไปเจรจาเรื่องค่าเสียหาย ในขณะนั่นคนขับรถเก๋งกับเพื่อนที่นั่งมาด้วย ได้ลงมาจากรถก่อนพูดจาโวยวายและไม่ยอมเจรจาเรื่องค่าเสียหาย อีกทั้งยังกระชากคอเสื้อของตน พร้อมทั้งข่มขู่ว่า “มึงรู้ไหมกูเป็นใคร” จนพนักงานเก็บเงินของตนมาถ่ายวิดีโอบันทึกภาพไว้ เป็นหลักฐาน ซึ่งทางเพื่อนคนขับรถเก๋งก็ตามมาเพื่อจะดึงเอาโทรศัพท์ และได้อาศัยช่วงชุลมุนนั่นขับรถออกไปขึ้นสะพานข้ามแยกมุ่งหน้าไปทางพระราม 2″ ส่วนพนักงานเก็บเงิน ชื่อ นางฐิตาภรณ์ เรี่ยวแรง อายุ 56 ปี ได้เล่าว่า “ตอนเกิดเหตุ มีผู้โดยสารนั่งมาเต็มคันรถ จึงลงกันไป แล้วเห็นเหตุการณ์ ไม่น่าไว้ใจ จึงหยิบโทรศัพท์มาถ่าย แล้วคนขับรถเก๋งเห็นก็พยายาม จะยื้อแย่งโทรศัพท์ ไม่ให้ถ่าย ดีว่าตนหลบทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด” ทางพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและจะดำเนินการติดตามให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยตกลงทำความเข้าใจกันและตกลงเรื่องค่าเสียหาย เป็นลำดับต่อไป


