‘ทนายบัญชา’ หนุนศาลพิจารณาประกันตัววันหยุดเป็นสิทธิตาม รธน.

23.10.19 | 12:14 น.

“ทนายบัญชา” หนุนศาลพิจารณาประกันตัววันหยุดเป็นสิทธิตาม รธน. ชี้ควรจัดทำเอกสารข้อปฏิบัติกันผิดสัญญาประกัน ควบคู่กำไลอีเอ็ม ผู้พิพากษาสบายใจ แก้ปัญหาคนล้นคุกลดค่าใช้จ่ายรัฐ


วันที่ 23 ต.ค. นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความและอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา มีดำริให้ศาลพิจารณาประกันตัววันหยุดว่า ท่านให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 3 มาตรา 29 วรรคสอง ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดฯ ตนเห็นว่าเป็นนโยบายที่ดี โดยกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยให้รวดเร็ว เสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นการให้โอกาสผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีฐานะยากจน ไม่สามารถหาเงินหรือหลักประกันมาวางต่อศาล ทำให้เสียโอกาส ทั้งที่ตนเองอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการประกันตัว

นายบัญชาเสนอด้วยว่า สำนักงานศาลยุติธรรมสมควรจัดทำเอกสารมอบให้กับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ทราบถึงข้อปฏิบัติที่จะไม่ทำให้ผิดเงื่อนไขการประกันตัว และชี้ให้เห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการประกันตัวเป็นผู้มีโอกาสหรือโชคดี เพราะการถูกคุมขังทำให้ได้รับความเดือดร้อนกับตนเอง ครอบครัว ลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการไปเยี่ยม เป็นต้น หากไม่จัดทำเอกสารให้เห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับประโยชน์อย่างไร เป็นการยากที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะคาดคิดถึงประโยชน์ที่ตนเองได้รับ มีผลให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยเกรงกลัวว่าจะประพฤติผิดสัญญาประกัน จะเดือดร้อน นอกจากนี้ สมควรให้พ่อแม่ คู่สมรส หรือพี่น้อง มาทำสัญญาค้ำประกันด้วยตนเอง เพื่อจะได้ควบคุมสอดส่องดูแลการปฏิบัติตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลย

นายบัญชากล่าวต่อไปว่า ศาลไม่ต้องการหลักประกันที่เกินความจำเป็น แต่ศาลต้องการให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยมาศาลทุกนัด เพื่อให้การดำเนินคดีเสร็จการพิจารณาโดยรวดเร็วตามนโยบายของสำนักงานศาลยุติธรรม เท่าที่ทราบ ปัจจุบันศาลยังใช้กำไลอีเอ็มควบคุมตัวผู้ต้องหา ไม่มีปัญหาข้อขัดข้องใดๆ ดังนั้น หากนำกำไลอีเอ็มมาใช้ในการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ตามนโยบายของประธานศาลฎีกาดังกล่าว ทำให้ผู้พิพากษาที่มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวใช้ดุลพินิจด้วยความสบายใจ เพราะกำไลอีเอ็มที่ศาลใช้มีคุณภาพดี ป้องกันการหลบหนี

Advertisement

“เป็นการแก้ปัญหาคนล้นคุกได้อย่างดี ลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมหรือเรือนจำ จะได้ไปทำงานอื่นที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ลดค่าใช้จ่ายงบประมาณได้ปีละหลายร้อยล้านบาท ไม่ต้องไปสร้างเรือนจำใหม่ ให้เสียงบประมาณจำนวนมาก ดังเช่นเพิ่มเจ้าหน้าที่เรือนจำ ค่าที่ดิน การก่อสร้างอาคาร ค่าใช้จ่ายในการควบคุมดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด” นายบัญชากล่าว