จบ! ดำเนินคดีทั้งคู่ หนุ่มวินทะเลาะหนุ่มแกร็บไบค์ ใต้บีทีเอสทองหล่อ จับมือขอโทษกัน

27.10.19 | 16:06 น.

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Artit Chitnok โพสคลิปวิดีโอ ความยาว 21 วินาที ปรากฏภาพเหตุทะเลาะวิวาท เป็นหนุ่มแกร็บไบค์ ถูกวินจักรยานยนต์รุมทำร้าย ที่บริเวณใต้สถานี BTS ทองหล่อ พร้อมระบุข้อความ “เจอเหตุการณ์กับตัวเองจังๆ ไม่รู้เหตุการณ์ก่อนหน้าเป็นไง แต่ก็ไม่ควรใช้กำลังกันตรงใจกลางกรุงเทพฯ ใต้ BTS ทองหล่อพอดี ชาวต่างชาติได้แต่ตะโกนว่า Let’s them stop!! น่าอายมาก เหมือนบ้านป่าเมืองเถื่อน วินมอเตอร์ไซค์มากัน 3 คัน ล้อมน้องคนที่โดนทำร้าย ถ้าให้ทายก็น่าจะ grabbike ป่ะ เพราะถ้าเป็นอุบัติเหตุไม่น่ามาพร้อมกัน 3 คันได้ แต่ถ้าเรื่องนั้นจริง คนที่ทำลายอาชีพคือพวกคุณเองน่ะแหละ ใครจะกล้าขึ้นรถนักเลง เกิดไม่พอใจตี ผดส.ทำไง” จนมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารย์กันเป็นจำนวนมากนั้น


ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เชน ศรีกรุงไกร รอง ผกก.จร.สน.ทองหล่อ, พ.ต.ท.พงศ์ดนัย วิมุกติบุตร รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ และฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ เชิญตัวนายวรวิทย์ สว่างวงษ์ ผู้เสียหาย และวินจักรยานยนต์ 3 ราย คือนายไพศาล คำจุ้ย, นายสมนึก ชุ่มเย็น และนายสุวิทย์ ประจิตร ผู้ก่อเหตุมาทำการสอบถามที่ สน.ทองหล่อ เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยพูดคุยทำความเข้าใจกัน เนื่องจากไม่อยากให้เกิดเหตุความรุนแรงอีก

จากการสอบถามทราบว่า เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เวลาประมาณ 21.00 น. ทางผู้เสียหายขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดรับผู้โดยสารบริเวณหน้าวินปากซอยสุขุมวิท 47 โดยนายไพศาล วินจักรยานยนต์ได้บอกกับผู้เสียหายว่าอย่ารับผู้โดยสารบริเวณนี้ ขณะนั้นเองมีนายสุวิทย์ วินจักรยายยนต์อีกราย มายืนขวางที่หน้ารถของผู้เสียหาย จึงทำให้เกิดความกลัวจึงขับหนีออกไป ส่งผลให้นายสุวิทย์ ถูกเฉี่ยวบาดเจ็บเล็กน้อย

จากนั้นนายสมนึก นายไพศาล และนายสุวิทย์ จึงได้ขับขี่ตามไปจนทัน ขณะที่ผู้เสียหายจอดติดไฟแดงบริเวณแยกทองหล่อ ก่อนที่ทั้งสามจะลงไปขวางรถไว้ และนายสมนึกได้สอบถามว่าทำไมจึงชนแล้วหนี แต่ทางผู้เสียหายกลับนิ่งเฉย จึงโมโหลงมือชกต่อย โดยมีนายสุวิทย์ และนายไพศาล ยืนดูอยู่ จากนั้นได้มีประชาชนตะโกนให้แยกย้ายกัน จึงได้กลับมาขี่จักรยานยนต์รับจ้างต่อตามปกติ กระทั่งได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวไปยัง สน.ทองหล่อ

Advertisement

ด้านนายสมนึกกล่าวว่า วันเกิดเหตุผู้เสียหายได้มารับลูกค้าบริเวณหน้าวิน ซึ่งได้มีน้องในวินพยายามเข้าไปพูดคุยว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง แต่ทางผู้เสียหายไม่สนใจ พร้อมขับรถออกไปก่อนชนรุ่นน้องในวิน อีกทั้งได้ขับรถหลบหนี ไม่มีการขอโทษ ตนเองจึงเกิดอารมณ์โมโห ก่อนได้ใช้มือตบเข้าที่ศีรษะประมาณ 4-5 ครั้ง แต่โดนที่หมวกกันน็อก ก่อนมีรุ่นน้องในวินมาห้ามไว้ พร้อมยืนยันไม่มีการรุมทำร้ายผู้เสียหายแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายสมนึกยังกล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้ขับขี่แกร็บควรไปรับลูกค้าให้ห่างจากวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพื่อเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ขณะที่ พ.ต.ท.เชนกล่าวว่า จากการเจรจาพูดคุยทั้งสองฝ่ายจบเป็นด้วยดี พร้อมทั้งได้จับมือขอโทษซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมดำเนินคดีกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย โดยจะดำเนินคดีกับนายสมนึก ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และดำเนินคดีกับนายวรวิทย์ ในข้อหานำรถส่วนบุคคลมาให้บริการลักษณะรับจ้าง ใช้รถผิดประเภท ซึ่งทางตำรวจได้ร่างหลักการ ข้อตกลง และเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มาเจรจา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก