อธิบดีคุ้มครองสิทธิฯนัดไกล่เกลี่ยรพ.เอกชน ญาติวิศวกรร้อง หมอวินิจฉัยพลาดเป็นเหตุให้เสียชีวิต

28.10.19 | 16:13 น.

อธิบดีคุ้มครองสิทธิฯ เตรียมนัดไกล่เกลี่ยรพ.เอกชนย่านประชาชื่น หลังครอบครัววิศวกรร้องหมอวินิจฉัยโรคผิดพลาดเป็นเหตุให้เสียชีวิต


เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายอดิศักดิ์ อดิภาคย์ ทนายความและญาติของนายศุภชัย อธิภาคย์ อายุ 45 ปี ผู้จัดการวิศวกรไฟฟ้า บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านประชาชื่น ซึ่งเสียชีวิตจากการวินิจฉัย โรคผิดพลาดของแพทย์โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านประชาชื่น พร้อมนางกิ่งกาญจน์ หมื่นหาญ ภรรยาของนายศุภชัย เข้าพบ นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพื่อขอความช่วยเหลือในการเป็นคนกลางดำเนินการกับโรงพยาบาล

นายเรืองศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกรมคุ้มครองสิทธิฯได้ประสานไปยังโรงพยาบาลเอกชน เพื่อขอให้มีการไกล่เกลี่ยกับนางกิ่งกาญจน์ ซึ่งมีสัญญาณการรับการตอบรับที่ดี แต่คงต้องเจรจากันอีกรอบหนึ่งจึงจะกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนได้ ส่วนการช่วยเหลือในคดีอาญาหลังการเสียชีวิตต้องรอผลการชันสูตรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่คือ สน.ประชาชื่นก่อน และการช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษาบุตรวัย 13 ปีนั้น ได้มีการประสานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 3ทราบว่ามีทุนการศึกษา หากนางกิ่งกาญจน์ ประสงค์ขอรับทุนการศึกษาให้กับบุตรขอให้ทำหนังสือไปยังเขตพื้นที่และโรงเรียนได้เลย ขณะเดียวกันได้ทำความเข้าใจกับครัวของผู้เสียหายในการตรวจพิสูจน์ศพของผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ในห้องปฎิบัติการของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนจึงจะทราบผลตรวจอย่างเป็นทางการที่จะใช้เป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

ด้านนายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทนายความและญาติได้พยายามติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอเจรจาแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ มีการบ่ายเบี่ยงไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน รวมทั้งการขอเอกสารการรักษา แต่ได้รับเพียงเวชระเบียนย้อนหลัง 4 ปี ทั้งๆที่ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลมากกว่า 10 ปี ที่ผ่านมาเคยได้เจรจากับรองผอ.รพ.แห่งนี้ ซึ่งยืนยันว่าแพทย์ที่ทำการรักษาในวันเกิดเหตุเป็นแพทย์จบใหม่ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ และได้ทำการรักษาอย่างดีที่สุดแล้ว ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าเป็นการยืนยันว่าแพทย์ทำถูกต้องทำให้ครอบครัวหนักใจ และคิดว่าเป็นการต่อสู้กับสถานพยาบาลที่เข้าถึงข้อมูลได้ยากและยากที่จะรับการตอบสนองจึงได้ร้องขอให้หน่วยงานของรัฐเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาและเยียวยาครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการรักษาของแพทย์

Advertisement


นางกิ่งกาญจน์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ที่ผ่านมาครอบครัวไม่ได้รับการเยียวยาหรือจากโรงพยาบาล และคิดว่าไม่มีใครจะเป็นที่พึ่งให้ได้ แต่เมื่อมาร้องขอความเป็นธรรมจากระทรวงยุติธรรม และได้รับความช่วยเหลือจึงรู้สึกดีใจและไม่โดดเดี่ยว เพราตั้งแต่สามีเสียชีวิตทางโรงพยาบาลก็ไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆเลย ตนรู้สึกเสียใจมากเพราะเป็นผู้พาสามีไปรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 6 ตค.เวลา 20.30 น.แพทย์ให้การรักษาและให้กลับไปบ้านตอน 23.00 น.แต่ต่อมาเวลา 24.00 น.สามี่ได้เสียชีวิตลงถือเป็นเวลาที่รวดเร็วมาก ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้กับครอบครัวตัวเองหรือครอบครัวใดๆเลยจากการหมอวิฉัยฉัยโรคผิดพลาด