สอบปากคำแก๊งโจ๋ไล่ตีคูอริ เผยเหตุเพราะเขม่น-ทะเลาะวิวาทกัน

28.10.19 | 18:01 น.

สอบปากคำแก๊งโจ๋ไล่ตีคูอริ เผยเหตุเพราะเขม่น-ทะเลาะวิวาทกัน ด้าน 2 โจ๋ลากไม้ทุบ จยย.ในคลิปรับสารภาพ สำนึกผิดยินยอมชดใช้ ยกเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ปกครองช่วยกันดูแลบุตรหลาน ยันมาเที่ยวเพชรบูรณ์มีความปลอดภัย


เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 28 ตุลาคม พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ได้รับมอบจาก พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ สภ.หล่มสัก เพื่อติดตามการสอบปากคำแก๊งวัยรุ่นก่อเหตุตามไล่ตีกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ตามคลิปที่สาวเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกลูกหลงโดนวัยรุ่นกลุ่มนี้ทุบทำลายรถจนได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยเหตุเกิดบนถนนผดุงราษฎร์ 2 เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก โดยล่าสุดทางตำรวจได้ตามตัววัยรุ่นกลุ่มนี้จำนวนราว 15 คน ตามที่ปรากฏในคลิปมาสอบปากคำ โดยมีผู้ปกครองมาร่วมรับฟังด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเชิญกลุ่มวัยรุ่นจำนวนราว 17 คน ที่ถูกไล่ตีมาให้ปากคำเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม หลังการสอบปากคำแล้ว พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ พร้อม พ.ต.อ.นิคม พรหมพิราม ผกก.สภ.หล่มสัก และตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ได้ร่วมกันแถลงต่อสื่อมวลชนว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยทันที พร้อมจัดชุดสืบสวนหาเบาะแสและสาเหตุที่กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายกัน นอกจากนี้ ยังไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทำให้ทราบว่าวัยรุ่นที่ก่อเหตุมีใครบ้าง จนสามารถนำตัวมาสอบปากคำได้ยกทั้งแก๊งทั้งกลุ่มที่ก่อเหตุและกลุ่มที่ถูกทำร้าย ทำให้สามารถคลี่คลายคดีนี้ได้ในระดับที่น่าพอใจ

พ.ต.อ.ฐเดชกล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์การก่อเหตุนั้น สืบเนื่องจากวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มไปเที่ยวงานฉลองกฐินที่วัดศรีแสนคำ หมู่ 10 ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จากนั้นเกิดการเขม่นและทะเลาะวิวาทกัน หลังเลิกงานกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุขับตามกลุ่มวัยรุ่นคู่อริมา กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ กลุ่มวัยรุนที่ไล่ตามมาเข้าใจว่ารถจักรยานยนต์ของสาวเจ้าของคลิปเป็นของคู่อริ ด้วยความโกรธในขณะนั้นและระงับสติไม่ได้จึงใช้ไม้ไปทุบรถจักรยานยนต์ดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย

Advertisement

“ซึ่งในคลิปจะมีวัยรุ่น 2 คน ซึ่งในเสื้อสีแดงหมายเลข 21 และอีกคนซึ่งถอดเสื้อ ถือไม้ทุบรถจักรยานยนต์ตามภาพที่ปรากฏในคลิป โดยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าทำไปด้วยความเข้าใจผิดและพร้อมจะรับผิดชอบรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ส่วนคนเจ็บที่ถูกทำร้ายทางตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนว่าใครเป็นคนกระทำ ฉะนั้น พฤติกรรมที่เกิดขึ้นทางตำรวจได้แยกแยะเหตุการณ์เป็น 2-3 เหตุการณ์ โดยวัยรุ่นที่ขับรถผ่านกล้องวงจรปิดต้องไปแยกแยะอีกว่า ใครเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบ้าง ส่วนสองวัยรุ่นที่ทุบรถต้องถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมทำให้เสียทรัพย์และการกีดขวางการจราจร

พ.ต.อ.ฐเดชกล่าวว่า ส่วนการชดใช้ซึ่งทางเจ้าของรถพอใจหรือไม่อย่างไรก็เป็นชั้นสอบสวนที่ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน ส่วนวัยรุ่นคนอื่นทางตำรวจได้ตรวจยึดรถมาหลายคันแล้ว ก็จะตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์ทำผิดเข้าข่ายข้อไหน จะดำเนินการทุกข้อหา เพราะขณะเกิดเหตุภาพในกล้องวงจรปิดค่อนข้างชัดว่าเข้าข่ายข้อหาไหนบ้าง และใครทำผิดแล้วรับสารภาพความเมตตาก็อยู่ที่ศาลหรือพนักงานสอบสวนจะพิจารณา

จากนั้นรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ยังขออภัยสาวเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่เหตุการณ์นี้ทำให้รถได้รับความเสียหายและอาจทำให้ตกใจ พร้อมย้ำอีกว่า การที่กลุ่มวัยรุ่นซึ่งขับรถไล่ตามกันมา ไม่ใช่เป็นการแข่งรถในเส้นทางหรือเป็นการแว้นแข่งประลองความเร็วกันทั้งสิ้น เพียงแต่ติดใจหรือเขม่นกันในงานฉลองกฐินจึงขับรถไล่ตามกันมา ดูในภาพคลิปเหมือนประลองความเร็วและมีความรุนแรงแต่ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ใช่แบบนั้น

ด้าน พ.ต.อ.นิคม พรหมพิราม กล่าวถึงผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งขับรถกลับจากการไปร่วมงานแต่งงาน และบังเอิญขับรถผ่านบนถนนดังกล่าวและไปประสบเหตุพอดี ทำให้โดนวัยรุ่นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคู่อริจึงทุบตีจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มต่างปฎิเสธ จึงอยู่ระหว่างการสืบสวนของทางตำรวจเพื่อหาผู้กระทำผิดรายนี้มาลงโทษต่อไป

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ฐเดชยังถามกลุ่มวัยรุ่นที่ได้รับความเสียหายว่ามีความพอใจและจะให้ตำรวจดำเนินการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยวัยรุ่นกลุ่มนี้แสดงพอใจ นอกจากนี้ พ.ต.อ.ฐเดชได้ถามย้ำกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุตามคลิปว่า “ทราบหรือไม่ว่าทำให้ผลเสียหายมากมายและสำนึกผิดหรือไม่” โดยกลุ่มวัยรุ่นพากันตอบว่าสำนึกผิดพร้อมรับปากจะไม่ก่อเหตุแบบนี้ขึ้นอีกแล้ว

จากนั้น พ.ต.อ.ฐเดชและ พ.ต.อ.นิคม ยังยกกรณีนี้ให้ผู้ปกครองเป็นอุทาหรณ์และยังขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองพยายามห้ามปรามหรือกวดขันบุตรหลาน ในการขี่รถจักรยานยนต์ออกนอกบ้านในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้ ยังกำชับให้ประชาชนสบายใจและขอมาเที่ยวเพชรบูรณ์ โดยยืนยันว่า “มาเที่ยวเพชรบูรณ์มีความปลอดภัยแน่นอน”