ตำรวจทำแผน มือข่มขืน-ฆ่าชิงทรัพย์เศรษฐินี หวิดโดนรุมประชาทัณฑ์

28.01.16 | 16:58 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 มกราคม พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชุติเดช จันทร์ทรง ผกก.สภ.นาจอมเทียน และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย ได้ควบคุมตัว นายทัตพงษ์ หรือท็อป ทำใน อายุ 19 ปี พักอยู่ใน ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้ต้องหาในคดีชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังที่เกิดเหตุบ้านพักหรู ภายในซอยมุกทรัพย์สมุทร ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโกรธแค้นของเหล่าบรรดาญาติพี่น้องผู้ตาย และชาวบ้านนับร้อย ที่มาคอยเฝ้าดูการทำแผน ท่ามกลางเสียงตะโกนสาปแช่ง และพยายามจะกรูกันเข้ามารุมประชาทัณฑ์ ซึ่งทางญาติได้อาศัยช่วงชุลมุน ปรี่เข้าตบหน้าผู้ต้องหาอย่างจังไป 1 ที ทำเอาเหตุการณ์ชุลมุน แต่ทางตำรวจก็สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ ขณะที่ พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม เปิดเผยว่า สืบเนื่องด้วยกลางดึกวันที่ 22 มกราคม มีการรับแจ้งพบศพนางประนัยยา เศรษฐาธนากร อายุ 52 ปี เศรษฐินี อดีตภรรยาชาวเบลเยียม ซึ่งเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 วัน สภาพศพถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด คนร้ายใช้อาวุธมีด และปากกา แทงเข้าที่ลำคอขวามือผู้ตาย ก่อนใช้ผ้าห่มคลุมรัดทับใบหน้า และลงมือข่มขืน จนสิ้นใจในที่สุด หลังการสืบสวนทราบว่าคนร้ายคือ นายทัตพงษ์ หรือท็อป เป็นผู้ลงมือฆ่า จึงได้ติดตามจับกุมตัวขณะกบดานอยู่ในห้องพัก ใกล้กับบ้านผู้ตาย

ด้าน นายท็อป ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 16 มกราคม ได้งัดหน้าต่างข้างบ้านเข้าไปลักทรัพย์บ้านผู้ตาย และพบเห็นผู้ตายนอนอยู่ในห้องนอน จึงเกิดมีอารมณ์ทางเพศ ประกอบกับเมาสุรา จึงใช้มีดและปากกาเข้าไปจี้หมายข่มขืน แต่ผู้ตายขัดขืนจึงจ้วงแทงที่ลำคอ พร้อมเอากางเกงรัดคอ ก่อนจะลงมือข่มขืนจนสิ้นใจตาย จากนั้นได้หลบหนีพร้อมเอาทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือซัมซุง 1 เครื่อง และบัตรเอทีเอ็ม ติดมือหลบหนีไปกบดาน ก่อนมาถูกติดตามจับกุม ซึ่งยอมรับว่าที่ลงมือข่มขืน เพราะเมามาก และต้องการหาเงิน หลังทะเลาะกับพ่อจนถูกไล่ออกจากบ้านและตกงาน