‘อ.โหน่ง’ผจก.บ. อีแอลซี กรุ๊ป สู้คดีตุ๋นทัวร์ราคาถูก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน 9 ธ.ค.บ่ายครึ่ง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 30 ต.ค. ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีลวงขายทัวร์ราคาถูก หมายเลขดำ อ.2845/62ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท อี แอลซีกรุ๊ป จำกัดโดยนายภัทริคณ์ เรตะกุล หรือ อ.โหน่ง ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท เป็นจำเลยที่ 1-2ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฯ

กรณีที่นายภัทรินคณ์ เรตะกุล จำเลยที่ 2 ในฐานะกรรมการผู้จัดการของ บริษัท อีแอลซี กรุ๊ป จำกัด จำเลยที่ 1 ซึ่งทำธุรกิจนำเที่ยวตั้งแต่ปี 2558 ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเว็ปไซต์ elctour. com หรือเพจเฟซบุ๊คชื่อ“ ELC TOUR” หรือ“ Patrick Rathakut” หรือ“ อีแอลซีทัวร์” หรือ“ Pat Rathakut” หรือ“ Pat Rathakul” เป็นลักษณะกลุ่มทัวร์ จัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้กับสมาชิกเท่านั้น โดยสมาชิกจะต้องเคยไปท่องเที่ยวกับ บริษัท อีแอลซีฯ มาก่อนเท่านั้นจึงจะสามารถซื้อทัวร์ได้ราคาต่ำกว่าทุน พร้อมกับชักชวนให้สมัครสมาชิก แนะนำบอกต่อหรือชักชวนญาติเพื่อนๆ มาท่องเที่ยวกับบริษัทฯจำเลยที่ 1 ตามประเทศต่างๆโดยจะได้รับสิทธิซื้อตั่วเดินทางท่องเที่ยวราคาถูกกับการท่องเที่ยวครั้งต่อไป แต่จะต้องจ่ายเงินล่วงหน้าเต็มราคา จนมีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อ จ่ายเงินจำนวนมากให้บริษัท ฯ จำเลยที่1 แต่เมื่อถึงเวลาเดินทางท่องเที่ยว จำเลยที่ 2 ในฐานะกรรมการบริษัทฯ จำเลยที่1 กลับบ่ายเบี่ยง เรื่อยมา กระทั่งผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนิคดีกับพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ติดตามจับกุมนายภัทริคณ์ จำเลยที่2เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา

ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน นายภัทริคณ์ จำเลยให้การปฏิเสธโดยตลอด

วันนี้ศาลได้เบิกตัวนายภัทริคณ์ จำเลยที่ 2 ซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด สวมชุดนักโทษ สีนำ้ตาลอ่อน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมาศาล

โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายภัทริคณ์ จำเลยฟังจนเข้าใจแล้ว สอบถามว่า จะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่า นายภัทริคณ์ จำเลย แถลงให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และจัดเตรียมทนายความไว้พร้อมแล้ว

ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เวลา13.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับคำฟ้องคดีนี้ที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมาได้ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 7 ม.ค.58 – 5 ส.ค. 62 จำเลยทั้งสองร่วมกันทุจริตโดยร่วมกันหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งได้นำเข้าเป็นข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านการโพสต์เฟซบุ๊กในบัญชีชื่อ “ELC TOUR” , “Patrick Rathakul” , “อี แอล ซี ทัวร์” , “Pat Rathakul” , “Rathakul Patrick” ของจำเลยทั้งสอง ซึ่งทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปอ่าน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ได้ซึ่งมีการเผยแพร่ทั้งในและระหว่างประเทศโดยมีข้อความโฆษณาทำนองว่าจำเลยทั้งสองสามารถจำหน่ายรายการนำเที่ยวประเทศต่างๆ ให้กับสมาชิกซึ่งผู้ที่จะมาเป็นสมาชิกนั้นต้องเคยเดินทางท่องเที่ยวทัวร์กับจำเลยทั้งสองมาก่อนจึงจะสามารถซื้อรายการนำเที่ยวในราคาถูกกว่าปกติและอ้างว่ามีจำนวนจำกัด กับจำกัดเวลาในการขายหรือการจอง เช่น ทริปกรีซ จากราคาปกติ 105,000 บาท พิเศษราคา 39,500 บาทจำนวน 10 ท่าน ซึ่งมีการลงภาพการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่ร่วมเดินทางกับจำเลยทั้งสอง ได้ในราคาที่ถูกกว่าบริษัทจัดนำเที่ยวทั่วไปพร้อมกับให้ผู้ที่สนใจสนทนาได้ผ่านช่องทางข้อความในเฟซบุ๊ก และจองรายการท่องเที่ยวกับจำเลยที่ 2 กระทั่งผู้เสียหายรวม 130 คน ในคดีนี้ ได้หลงเชื่อและโอนเงินค่าจองรายการท่องเที่ยว เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารหลายธนาคาร ในชื่อบริษัท อี แอล ซี กรุ๊ป จำเลยที่ 1 และชื่อของนายภัคริคณ์ จำเลยที่ 2 ที่มีระบุไว้ในหลายบัญชี ตั้งแต่เดือน มี.ค.60 – ปี 2562 ซึ่งมีการจองรายการนำเที่ยวทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา , ประเทศอังกฤษ , ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ , ประเทศนิวซีแลนด์ , หมู่เกาะมัลดีฟ , ประเทศฝรั่งเศส , ประเทศญี่ปุ่น , ประเทศกรีซ , ประเทศไอซ์แลนด์ , ประเทศออสเตรีย , ประเทศเยอรมัน , ประเทศรัสเซีย , การนำเที่ยวกลุ่มประเทศยุโรป 6 ประเทศ , นำเที่ยวกลุ่มประเทศแอฟริกาใต้ , ประเทศภูฏาน , ประเทศสกอตแลนด์ , ประเทศอิตาลี , ประเทศฟินแลนด์ , ประเทศแคนาดา , ประเทศบราซิล , ประเทศจอร์แดน , ประเทศซานโตรินี , ประเทศตุรกี , ประเทศเกาหลี , ประเทศนอร์เวย-ออสโล , ประเทศโครเอเชีย , ประเทศโปรตุเกส , ประเทศอียิปต์ , ประเทศฮ่องกง , กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย , ประเทศเปรู ซึ่งเมื่อมีการจองรายการนำเที่ยวแล้วจำเลยทั้งสองไม่สามารถจัดรายการนำเที่ยวให้กับผู้เสียหายได้ครบถ้วนโดยนำเงินจอง (มูลค่าหลายสิบล้านบาท) ในรายการดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ของตนเองโดยทุจริต เหตุเกิดที่ทำการบริษัท แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. และทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมตัว “นายภัคริคณ์” กรรมการบริษัท จำเลยที่ 2 ได้ตามหมายจับของศาลอาญาเมื่อวันที่ 5 ส.ค.62

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าสำหรับพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวนั้นก่อนหน้านี้ ในชั้นสอบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มที่จองทัวร์ได้เดินทางไปท่องเที่ยวในราคาถูกได้จริงและได้รับการบริการไม่ต่างจากการไปเที่ยวในราคาปกติ แต่เมื่อกลับมาก็จะมีการจองรายการนำเที่ยวในโปรแกรมอื่นเพิ่มเติมอันเป็นการขยายวงลูกค้าออกไปซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในวิธีการหลอกลวงให้เชื่อว่าประชาชนซื้อทัวร์เพื่อเดินทางในครั้งแรกแล้วกลับมาซื้อทัวร์เพิ่มเติมได้ในครั้งถัดไป แต่เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อทัวร์ในครั้งถัดไปกลับไม่ได้เดินทางตามทัวร์ที่ซื้อเอาไว้ โดยจะแจ้งขอเลื่อนการเดินทางโดยไม่แจ้งสาเหตุ และหลายรายการก็ไม่สามารถจัดให้ผู้เสียหายได้เดินทางไปท่องเที่ยวตามที่ตกลง ทั้งที่รับค่าจัดกรุ๊ปทัวร์มาแล้ว โดยการกระทำนั้น มูลค่าความเสียหายเป็นเงิน ประมาณ 60,651,186 บาท

อย่างไรก็ดี นอกจากสำนวนคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนี้แล้ว ยังมีคดีที่ผู้เสียหายอื่นได้ยื่นฟ้อง บ.อี แอล ซี กรุ๊ปฯ และ นายภัทริคณ์ กรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทด้วย ต่อศาลอาญาอีก 4 คดี คือคดีหมายเลขดำที่ อ.1201/2562 ที่ น.ส.จริญา ล่องประเสริฐ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บ.อี แอล ซีฯ และ นายภัทริคณ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่งศาลมีคำสั่งรับฟ้องแล้ว และนัดประชุมคดีตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้

คดีหมายเลขดำ อ.2111/2562 ที่ น.ส.เกศศินี จันทร์กระจ่าง , ว่าที่ ร.ต.รุ่งทิพย์ เจียมพล , น.ส.จุฑาทัพพ์ เตชะมรกต , น.ส.สายฝน ล่องประเสริฐ ร่วมกันเป็นโจทก์ที่1-4 ยื่นฟ้อง บ.อีแอล ซี ฯ และนายภัทริคณ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 คดีอยู่ระหว่างนัดไต่สวนมูลฟ้อง

คดีหมายเลขดำ อ.2158/2562 ที่นายสัมฤทธ์ แดงมันฮับ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บ.อี แอล ซีฯ , นายภัทริคณ์ , นางขันทอง ดีพิชัย , นายอัครเดช รุ่งโรจน์วิริยะกุล เป็นจำเลนที่ 1-4 ในความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2560 และร่วมกันฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งการไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 3 ธ.ค.นี้

และคดีหมายเลขดำ อ.2159/2562 ที่นายสัมฤทธิ์ แดงมันฮับ และนางศิรัสริญญ์ แดงมันฮับ ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง บ.อี แอล ซีฯ และนายภัทริคณ์ , นางขันทอง ดีพิชัย , นายอัครเดช รุ่งโรจน์วิริยะกุล เป็นจำเลยที่ 1-4 ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งการไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 3 ธ.ค.นี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“เศรษฐพงค์” ยัน 5จีไม่ใช่แค่มือถือ แต่คือการเชื่อมอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี แนะรัฐสร้างระบบนิเวศน์รองรับ
บทความถัดไป‘สพป.กระบี่’ แต่งดำประท้วงแนวคิดยุบเขตพื้นที่การศึกษาปรับโคงสร้าง ศธ.