“หมวดจรูญ” ยื่นฟ้อง “ครูปรีชา-ทนายวรยุทธ” ฐานร่วมกันเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา ในคดีหวย 30 ล้าน

31.10.19 | 14:29 น.

หมวดจรูญ ประเดิมยื่นฟ้อง ครูปรีชา-ทนายวรยุทธ ฐาน “ร่วมกันเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา” ในคดีหวย 30 ล้าน ศาลนัดไต่สวน 3 ก.พ.63 คิวต่อไปฟ้องฐานเบิกความเท็จ จ่อโดนยกก๊วน อย่างต่ำ 5 คน


จากกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ในคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร เนื่องจากทั้งคู่ต่างอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท

โดยก่อนหน้านี้ ครูปรีชา ได้ฟ้องแพ่งต่อหมวดจรูญ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องเป็นคดีเลขดำที่ พ.1230/60 แต่ศาลได้จำหน่ายคดีแพ่งออกไปก่อนเพื่อรอฟังผลคำพิพากษาของคดีหลัก คือคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 การต่อสู้คดีดังกล่าวใช้เวลานานกว่า 1 ปี สุดท้ายแล้ว ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.62 ที่ผ่านมา

ส่วนกรณีเงินของหมวดจรูญ ที่ถูกอายัดเอาไว้ จำนวน 24,350,000 บาท ศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นวันที่ 26 ส.ค. ร.ต.ท.จรูญ วิมูล จึงได้เดินทางไปปิดบัญชีที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่ 320/5 ถ.แสงชูโต ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี

Advertisement

สำหรับคดีระหว่าง ครูปรีชา กับ หมวดจรูญ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ต่างก็มีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก โดยในวันที่ 31 ต.ค.62 เป็นวันครบรอบ 2 ปี ที่ ครูปรีชา ระบุว่าตนเองไปซื้อลอตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัลที่ตลาดเรดซิตี้ ส่วนวันพรุ่งนี้ 1 พ.ย.62 เป็นวันครบรอบ 2 ปีที่ หมวดจรูญ ถูกลอตเตอรี่ชุดดังกล่าว

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 31 ต.ค.62 ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ พร้อมด้วยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความส่วน ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นฟ้อง นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา และ นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความของ ครูปรีชา ในข้อหาหรือฐานความผิด “ร่วมกันเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา”ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรีประทับรับฟ้องเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.2512/2562 และนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 3 ก.พ.2563 เวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เปิดเผยว่า วันนี้ ลุงจรูญ มาฟ้อง ครูปรีชา เป็นจำเลยที่ 1 และ ทนายวรยุทธ เป็นจำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันเอาความเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาล จากการที่ฟ้องคุณลุงจรูญในข้อหายักยอก หรือรับของโจร ความผิดข้อหานี้มีอัตราโทษสูงถึง 5 ปี และความผิดสำเร็จตั้งแต่วันฟ้องศาลไม่จำเป็นต้องรอคดีถึงที่สุดก่อน ดังนั้นที่ ทนายวรยุทธ ให้สัมภาษณ์ว่าหากจะฟ้องกลับต้องรออีก 5 ปีจึงไม่ใช่เรื่องจริง

ทั้งนี้การเป็นทนายความหากมีส่วนร่วมและรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ลูกความบอกว่าเป็นความเท็จ แล้วยังเอามาฟ้องต่อศาล และตนเองลงชื่อในฐานะผู้เรียงฟ้องก็มีความผิดด้วย สำหรับพยานหลักฐานในการฟ้องวันนี้นั้นเป็นพยานบุคคลที่เราได้ยื่นเอาไว้จำนวน 3 ปาก คนแรกคือ ลุงจรูญ คนที่สองคือ ตน และคนที่สามคือตำรวจกองปราบ ส่วนหลักฐานอื่นๆ มีคำพิพากษาของศาล และคำสั่งฝากขัง ครูปรีชา ในช่วงที่ถูกดำเนินคดี

สำหรับวันนี้เป็นการฟ้องคดีแรก โดยฟ้องเฉพาะคดีอาญาในการฟ้องเท็จ ส่วนคดีเบิกความเท็จจะเป็นการฟ้องชุดใหญ่ ที่มีจำเลยมากกว่า 5 คนอย่างแน่นอน ซึ่งทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเบิกความในศาล เบิกความไม่ตรงกับความจริง และบิดเบือนข้อเท็จจริง ขัดกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จะถูกดำเนินคดีทุกคน
ที่เราต้องดำเนินคดีกับทุกคน เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่เช่นนั้นก็จะมีการกลั่นแกล้งคนบริสุทธิ์ต้องเดือดร้อนขึ้นศาลเป็นปีๆ ตนคิดว่าเรื่องนี้คนที่กระทำความผิดถูกลงโทษ คราวหน้าจะได้ไม่มีใครไปแกล้งฟ้องหรือกลั่นแกล้งให้คนบริสุทธิ์ต้องรับโทษอีก ซึ่งจะต้องทำให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคม และหากคดีนี้ศาลตัดสินจำคุก ก็จะส่งผลต่อ ทนายวรยุทธ โดยจะถูกถอดถอนจากการเป็นทนายความอย่างแน่นอน

ส่วนคดีหลักทางฝ่าย ครูปรีชาได้ยื่นอุทธรณ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดูจากคำสั่งแล้วศาลได้มอบหมายให้ฝ่าย ครูปรีชา นำหมายไปส่งให้ภายใน 5 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับกับเจ้าหน้าที่ว่าจะนำไปส่งให้เมื่อไหร่ แต่คาดว่าคงจะได้รับหมายในเร็วๆ นี้

สำหรับการที่ ลุงจรูญ ยื่นฟ้องในวันนี้ศาลได้ประทับรับฟ้องเอาไว้แล้ว และมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 3 ก.พ.63 เวลา 09.00 น. โดยหากฝ่าย ครูปรีชา ไม่ขอเลื่อนออกไป เชื่อว่าจะใช้เวลาไต่สวนมูลฟ้องเพียงแค่วันเดียว เพราะมีเพียงแค่ 3 ปาก และหลังจากนั้นจะได้รู้ว่าการฟ้องมีมูลหรือไม่มีมูล และจะสามารถดำเนินคดีกับทนายความ ในความผิดฐานร่วมกันเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา ได้หรือไม่
ด้าน หมวดจรูญ เปิดเผยว่า ตนพร้อมมานานแล้ว และอยากจะให้ถึงวันนี้ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรขอปรึกษากับทนายความ ซึ่งทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนการตัดสินใจฟ้องในครั้งนี้ ถือว่าเป็นสิทธิของตน เพราะตนถูกกระทำมาเกือบ 2 ปีแล้ว ถามว่ายังโกรธอยู่หรือไม่ เป็นเรื่องปกติของปุถุชนคนธรรมดา ที่ย่อมมีความรู้สึกเช่นนั้นอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ทนายตั้มจะเดินทางกลับ ได้ยินเสียงประชาชนเป็นจำนวนมาก เรียกชื่อทนายตั้ม เมื่อ ทนายตั้ม ได้ยินจึงเดินเข้าไปพบ จึงรู้ว่าเป็นชาวบ้านที่เดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวเป็นคนบ้านเดียวกันกับ ทนายตั้ม และทุกคนต่างก็เป็นแฟนคลับของ ทนายตั้ม ที่มาให้กำลังใจ ในครั้งนี้