ดีเอสไอเปิด 11ศูนย์ภาคสอบปากคำเหยื่อแชร์แม่มณี ไล่สอบเส้นทางการเงินคัดแยกแม่ข่าย-แนะผู้เสียหายอย่าให้การช่วยเหลือแม่ทีม ชี้กลุ่มดาราถูกอ้างชื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกับพนักงานสอบสวน
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้เสียหายกลุ่มผู้เสียหายที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความและลงทะเบียนผ่านระบบคิวอาร์โค้ดคดีแชร์แม่มณีกว่า 30 คน เข้าพบนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และนายพงศธร อินอำนวย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ เพื่อให้ข้อมูลในคดีแชร์แม่มณี
นายปิยะศิริ กล่าวว่า ตนได้นัดประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีแชร์แม่มณี เพื่อวางรูปคดีให้ดำเนินการสอบสวนไปในทิศทางเดียวกัน โดยวันที่ 7 พ.ย.ดีเอสไอจะประกาศสถานที่สอบปากคำในเว็บไซค์ของดีเอสไอ เพื่อให้ผู้เสียหายจากทั่วประ เทศทั้งที่ลงทะเบียนผ่านคิวอาร์โค้ด 4 พันกว่าราย และผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน เดินทางไปให้ปากคำที่ศูนย์ประจำภาคทั่วประเทศ 11 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.-22 พ.ย.นี้ เพื่อขอให้ผู้เสียหายให้การตามข้อเท็จจริง โดยดีเอสไอจะรับสำนวนการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 15 พ.ย.แล้ว คาดว่าจะใช้เวลาสอบสวนไม่เกิน 2 สัปดาห์จะได้ความชัดเจนว่าใครเป็นแม่ทีมและใครเป็นผู้เสียหาย จากนั้นจึงจะสามารถออกหมายจับหรือหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนได้ โดยดีเอสไอจะประสานปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินควบคู่ไปด้วย ส่วนการเฉลี่ยเงินคืนผู้เสียหายขึ้นอยู่กับว่าสามารถยึดอายัดทรัพย์ได้แค่ไหน อาจต้องใช้เวลานานและคงจะไม่สามารถคืนเงินได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอไม่สามารถนำข้อมูลจากโซเชียลที่กล่าวอ้างและแชร์ต่อกันว่าคนนั้นคนนี้เป็นแม่ข่ายของแม่มณี ต้องสอบสวนให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ดังนั้น ขอให้ผู้เสียหายทุกคนให้การตามจริง โดยตัวเลขผู้เสียหายที่ลงทะเบียนผ่านคิวอาร์โค้ดประมาณ 4,000 กว่าคน ดีเอสไอต้องทำการคัดกรองก่อน เพราะผู้เสียหายบางคนไปแจ้งความกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย ตัวเลขจึงอาจอยู่ที่ประมาณ 3,800 ตน
“ระหว่างรอสำนักงานตำรวจแห่งชาติโอนสำนวนให้วันที่ 15 พ.ย.นี้ ดีเอสไอจะทยอยสอบปากคำผู้เสียหายและพยานทีละคนจนครบ และหลังจากที่ทำการสอบสวนแล้วจะมีการขออนุมัติหมายจับหรือออกหมายเรียกเพิ่ม เพราะไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาแค่ 2 รายไม่สามารถทำเองทุกอย่างได้ จะต้องมีแม่ข่าย แม่สาย แม่ทีม และทีมแอดมินทำหน้าที่กระจายข้อมูล โฆษณาประชาสัมพันธ์หาลูกค้า และคนรับโอนเงิน ส่วนดาราหรือเน็ทไอดอลที่รวมสร้างภาพและออกงานกับแม่มณีนั้น หากคณะพนักงานสอบสวนตรวจสอบพบพฤติกรรมเข้าข่าย หรือมีส่วนในวงแชร์จะเรียกมาสอบปากคำด้วย แต่ถ้าถูกแอบอ้างชื่อและต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจก็สามารถเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนได้ ทั้งนี้ ขอให้ผู้เสียหายเตรียมหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน เอกสารการโอนเงิน สเตทเม้น หรือแชทไลน์ที่แจ้งโอนเงิน พนักงานสอบสวนจะได้คัดแยกว่าใครเป็นผู้เสียหาย หรือแม่ข่ายกันแน่” นายปิยะศิริ กล่าว
ด้านนายพงศธร กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการคัดแยกแม่ข่ายนั้น ตามปกติประชาชนกว่า 4,000 คน จะมาฝากเงินกับตัวแม่มณีเองโดยตรงอาจเป็นไปได้ยาก ซึ่งกระบวนการกลุ่มคนเหล่านี้จะมีแม่ข่าย หรือแม่ทีมคอยสร้างและเก็บเงินจากลูกทีมมาอีกทอดหนึ่งก่อนนำมาส่งแม่มณี แต่หลังจากได้ดอกเบี้ยแล้วจะส่งคืนลูกแชร์เต็มตามแพ็คเกจ 93% ที่แม่มณีกำหนดหรือไม่ เพราะปกติแม่ข่ายพวกนี้จะมีการหักหัวคิวด้วย ดังนั้น การสอบสวนขอให้ผู้เสียหายให้การตามข้อเท็จจริงว่าโอนเงินโดยตรงไปที่แม่มณีหรือแม่ข่าย ซึ่งจากการทำคดีแชร์ลูกโซ่มากว่า 5 ปี ผู้เสียหายมักจะสนิทกับแม่ข่ายและจะไม่ให้การซัดทอด เพื่อปกป้องช่วยเหลือกัน แต่พนักงานสอบสวนก็พิจารณาจากพฤติกรรมในการชักชวนครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ และใช้วิธีไล่เส้นทางการเงินดูจะทำให้ทราบว่าใครเป็นแม่ข่าย


