เร่งคลี่ปมด.ญ.13 ดิ่งตึกดับ ค้นบ้านแฟนพบเครื่องกระสุน เร่งขยายผลกระทำชำเรา

17.11.19 | 16:39 น.

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุเศร้าสลด ด.ญ.วัย 13 ปี ตัดสินใจกระโดดตึกเสียชีวิต ซึ่งครอบครัวเชื่อว่าเกิดจากความเครียด ว่า ได้รับรายงานจาก สน.หัวหมาก หลังจากเกิดเหตุเด็กหญิงวัย 13 ปี กระโดดตึกเป็นเหตุให้เสียชีวิต พนักงานสอบสวน แพทย์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตรวจสถานที่เกิดเหตุและทำการชันสูตรพลิกศพ พร้อมส่งศพไปทำการชันสูตรโดยละเอียดที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร.เพื่อหาสาเหตุการตายโดยละเอียดตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนจะส่งมอบศพให้ญาติไปดำเนินการตามศาสนา และทำการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบคดี


โดยข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากความเครียดของผู้ตาย ซึ่งมักจะมีการทะเลาะกับมารดาอยู่บ่อยครั้ง ต่อมาจึงตัดสินใจกระโดดจากตึกเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป จะทำการสืบสวนสอบสวนโดยละเอียด อีกครั้งเพื่อทำความจริงให้ปรากฏและคลายข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ ให้กับญาติผู้ตายและสังคม

อีกทั้งในส่วนของกรณีที่มารดาของผู้ตายได้ไปแจ้งความกรณีถูกแฟนหนุ่มของผู้ตายการกระทำชำเรา ในพื้นที่ สน.คลองตัน นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลทำการค้นห้องพักของชายหนุ่มวัย 24 ปี ซึ่งเป็นแฟนของผู้ตาย โดยผลการตรวจค้นพบเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง จึงได้นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล รอผลการตรวจพิสูจน์ที่เกี่ยวข้องว่ามีการกระทำความผิดกฎหมายในฐานความผิดอื่นอีกหรือไม่ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รอผลการตรวจพิสูจน์จากแพทย์ และยังไม่ได้ตัดประเด็นใดในทางคดีทิ้งไปคงต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงาน สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รอผลตรวจชันสูตรจากแพทย์ การสอบปากคำพยาน โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

Advertisement

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานของการกระทำความผิดอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงการกระทำความผิดของผู้ต้องหาเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในต้นธารของกระบวนการยุติธรรมแก่ประชาชนและสังคม