เปิดข้อสงสัย ชิ้นส่วนกระดูก คดีฆ่าบิลลี่ ทำไมไม่ตรงกัน ‘ความร้อน – เวลา’ มันต่างกัน

เปิดข้อสงสัย ชิ้นส่วนกระดูก คดีฆ่าบิลลี่  

ทำไมไม่ตรงกัน ‘ความร้อน – เวลา มันต่างกัน’

จากกรณีผลตรวจกระดูกจำนวน 9 ชิ้น ที่ผลตรวจพิสูจน์ไม่ตรงกับดีเอ็นเอ ของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกระเหรี่ยง บ้านโป่ง-บางกลอย  ทำให้เกิดข้อสงสัย  การตั้งคำถามในสังคมขึ้นมาทันว่า เกิดอะไรขึ้น?

เรื่องนี้ร้อนถึง “บิ๊กอ้วน” พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ต้องออกมายืนยันทันทีว่า

“ผลการตรวจกระดูก 9 ชิ้น  ไม่ได้ส่งผลต่อคดีฆาตกรรม “บิลลี่” เพราะดีเอสไอ  ใช้หลักฐานที่เป็นชิ้นส่วนกระดูก บริเวณกะโหลกศีรษะ ที่ใช้การตรวจดีเอ็น แบบไมโตคอนเดรีย ซึ่งสืบทอดจากแม่มาสู่ลูก ซึ่งตรงกับแม่ บิลลี่ จึงสามารถชี้ชัดได้ว่า บิลลี่เสียชีวิต แล้ว จากคดีคนหายกลายเป็นคดีฆาตกรรม” 

ทั้งนี้ยังรายงานจากชุดพนักงานสอบสวนยังระบุว่า เศษกระดูกมนุษย์ จำนวน  9 ชิ้น  เป็นการงมครั้งที่2 เก็บหลักฐานในวันที่ 28-30 ส.ค. 2562   โดยมีระยะห่างจากการงมครั้งแรกประมาณ 10 เมตร ซึ่งงมได้กว่า 20 ชิ้น  และระหว่างนั้นก็มีการปล่อยข่าวเรื่องจุดลอยอังคาร ในลำน้ำแก่งกระจาน ส่วนชิ้นส่วนกระดูกที่ระบุชี้ได้ว่านายพอจะลี เสียชีวิต  นั้นเก็บหลักฐานครั้งแรกได้เมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ต่อเนื่องวันที่ 22- 24 พ.ค. ห่างกันประมาณ 2 เดือน

 

โดยครั้งนั้นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ใช้เครื่องยานยนต์สำรวจใต้น้ำจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และนักประดาน้ำ จากกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตรวจหาพยานหลักฐานที่พื้นที่ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวน เขื่อนแก่งกระจาน จนสามารถตรวจพบชิ้นส่วนกระดูก 2 ชิ้น ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 1 ถัง เหล็กเส้น 2 เส้น ถ่านไม้ 4 ชิ้น และเศษฝาถังน้ำมัน จากนั้นได้ส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำการตรวจพิสูจน์พบว่าวัตถุเป็นชิ้นส่วนกระดูกกะโหลกศีรษะข้างซ้ายของมนุษย์ โดยมีรอยไหม้สีน้ำตาล

นอกจากนี้จากตรวจพิสูจน์ ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยังพบว่าข้อมูลความร้อนที่ใช้เผากระดูก ของ 2 กลุ่มที่เก็บได้  ชุดแรกความร้อนที่ใช้จะค่อนข้างน้อยกว่า. เมื่อตรวจสภาพกระดูก ยังพบด้วยว่าเป็นกระดูกที่ถูกเผาแล้วนำมาทิ้งแช่น้ำเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ทั้งนี้สภาพกระดูกค่อนข้างสมบูรณ์กว่า เศษกระดูกในกลุ่มที่ 2 จำนวน   20 ชิ้นที่ถูกความร้อนค่อนข้างสูงการเผาทำลาย คาดกับการเผาจากเตาความร้อนที่ใช้การฌาปนกิจศพ  ตามวัดๆต่าง

ซึ่งตรงนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กำลังดำเนินการสอบปากคำเจ้าหน้าที่นักนิติวิทยาศาสตร์ให้ชี้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างวัตถุพยานทั้ง 2 ชุดเพื่อไม่ให้สำนวนคดีมีจุดอ่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะหยิบยกขึ้นมาทำลายความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน ส่วนประเด็นอายุกระดูกที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตามผลของชิ้นส่วนกระดูก 9 ชิ้น ที่ไม่ตรงกับดีเอ็นเอ ” บิลลี่”  นั้นจะส่งผลทางคดีหรือไม่อย่างไร ต้องรอติดตามกันต่อไป 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้ที่ปรึกษา รมว.แรงงานให้กำลังใจ ‘อสร.เชียงราย’ ยกย่อง ‘ผู้เสียสละ’
บทความถัดไปเกษตรพร้อมขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ หวังพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน