นักวิชาการ กม.ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ค้านการกระทำทุบรถจอดที่คนพิการ หวั่นกระแสเลียนแบบ ทำสังคมป่วน

สืบเนื่องเหตุการณ์นายพีรพงศ์ อมรพิช อายุ 46 ปี ก่อเหตุใช้ของแข็งทุบกระจกรถยนต์ผู้อื่นที่มาจอดทับช่องจอดผู้พิการ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2562 พร้อมระบุว่า ก่อนก่อเหตุได้จดทะเบียนรถเพื่อให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ห้างสรรพสินค้าช่วยประกาศ แต่ไม่มีเจ้าของรถมาย้ายออกไป กระทั่งได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ นายพีรพงศ์อ้างว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะไม่อยากให้สังคมไทยมีเรื่องเช่นนี้ สงสารคนพิการที่มีจุดจอดรถให้ แต่คนปกติกลับมาจอดแทน และตนเองพร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้ตามความเป็นจริง

ต่อมา กลุ่มนักต่อสู้เพื่อสิทธิคนพิการได้รณรงค์เพื่อนำเงินมาช่วยนายพีรพงศ์ชดใช้ค่าเสียหาย แต่นายพีรพงศ์ปฏิเสธงดรับเงินเรี่ยไรนั้น

อ่านข่าว : หนุ่มเปิดใจยอมเสียเงิน ทุบรถจอดที่คนพิการ หวังกระตุกจิตสำนึก ยันไม่รับเงินเรี่ยไรช่วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม นายอนันต์ แย้มเกษร นักวิชาการกฎหมายไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เปิดเผยกับ “มติชน” ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวอย่างสิ้นเชิงเนื่องจาก 1.มีความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา ฐานทำให้เสียทรัพย์ มาตรา 358 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท และกฎหมายแพ่งว่าด้วยเรื่องละเมิด มาตรา 420 2.การกระทำดังกล่าวอาจเป็นแบบอย่างให้บุคคลอื่นเลียนแบบ อันจะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นในสังคม เช่น การทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เสียชีวิต 3.หากมีเด็กหรือคนชราอยู่ในรถคันเกิดเหตุ อาจทำให้เกิดความระแวง หวาดกลัว หรือได้รับบาดเจ็บได้ 4.หากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำต่อยานพาหนะ (รถยนต์) ที่มีราคาสูง เจ้าของทรัพย์อาจไม่ยินยอม เกิดเป็นประเด็นและความรุนแรงในสังคมไม่รู้จบ และ 5.การกระทำดังกล่าวอาจเป็นการนำคดีไปสู่พนักงานตำรวจ เจ้าพนักงานอัยการและศาล ตลอดจนกระบวนการยุติธรรมโดยใช่เหตุ และเป็นการสร้างภาระงานในกระบวนการยุติธรรมเพิ่มขึ้น

นายอนันต์ แย้มเกษร (ขวา)

นายอนันต์กล่าวว่า นอกจากนี้ข่าวยังเผยแพร่ว่ามีกลุ่มคนรณรงค์ช่วยบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยนายพีรพงศ์ชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งเป็นการรณรงค์ช่วยเงินเพื่อให้คนไปกระทำความผิดอีก ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ เราไม่ทราบว่าอะไรเป็นอะไร ดังนั้น จึงต้องการให้คนใช้สติ ไม่ใช้ความรุนแรง พูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัย หรือดูว่าคนที่มาจอดรถยนต์ในช่องคนพิการเคยกระทำผิดเป็นประจำหรือไม่ เคยกระทำความชั่วมาตลอดหรือไม่ หรือเพิ่งเคยทำผิดครั้งแรกหรือไม่ ดังนั้น ควรใช้สติ ค่อยๆ พูดจากัน สังคมถึงจะอยู่ได้

“ข่าวระบุอีกว่า ได้ประกาศตามหาเจ้าของรถที่จอดทับช่องคนพิการนานเป็นชั่วโมง ก็ไม่มีใครมา ถามว่าหากเป็นวิญญูชนทั่วไปจะรอหรือไม่ ใน 100 คน จะมีคนทำเช่นนี้กี่คน ที่นายพีรพงศ์ก่อเหตุแบบนี้เป็นเพราะอะไร เจ็บแค้นอะไรถึงไปทุบรถคนอื่น ฉะนั้น ควรหันหน้าเข้าหากัน มีอะไรที่หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน พูดจากันด้วยดี เพราะเมื่อทุบรถไปแล้วก็มีความเสียหายเกิด เสียทั้งเงินทอง ทั้งเวลา ทั้งความรู้สึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าไม่มีเรื่องกัน ต่างคนต่างชดใช้ก็ไม่มีอะไร แต่นี่อีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่ยอม” นายอนันต์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ราชกิจจาฯเผยแพร่ หลักเกณฑ์-วิธีสรรหาบุคคล เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ
บทความถัดไป‘เนติวิทย์’ วิจารณ์ ‘ฟ้าใส’ เตรียมตัวไม่ดีมากกว่า ไม่เกี่ยวรัฐบาล