วันที่ 19 ธันวาคม นายเออร์วิน บรูท อายุ 50 ปี อดีตวิศวกรรถไฟชาวเนเธอร์แลนด์ อาศัยอยู่กับภรรยาชาวไทยที่บ้านหนองน้ำขาว ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมาได้ขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไป สภ.หัวหิน ระยะทางไปกลับกว่า 200 กิโลเมตร (กม.)เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีหลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)มีมติชี้มูลความผิด จากการร้องเรียน 2 อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหิน เก็บค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติเกินจากหลักเกณฑ์ที่กำหนด จากการรักษามะเร็งลำไส้ ตั้งแต่ปี 2558 มีค่ารักษาส่วนเกิน 12,746 บาท ต่อมา ป.ป.ช.ได้แจ้งผลการกล่าวหา 2 อดีต ผอ. เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 จากนั้นส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน พิจารณาทำสำนวนส่งฟ้องในคดีอาญา ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พร้อมส่งสำนวนให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขพิจาณาลงโทษทางวินัยตามพระราชบัญญัติ( พ.ร.บ.)ป.ป.ช. 2561 มาตรา 63 มาตรา 64 ล่าสุดคดีนี้ยังไม่มีความคืบหน้า พนักงานสอบสวน สภ.หัวหินยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่าจะสรุปสำนวนส่งอัยการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ที่ จ.สมุทรสาครได้เมื่อใด
นายเออร์วิน กล่าวว่า การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่าช้าผิดปกติ เพราะเกี่ยวข้องกับการลงโทษนายแพทย์ที่เป็นข้าราชการระดับสูง และปัจจุบันผู้ถูกกล่าวหาบางรายถูกย้ายกลับมารับหน้าที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหินแล้ว หลังจากที่ผ่านมา ป.ป.ช. จังหวัดได้ส่งสำนวนถึงพนักงานสอบสวนนานกว่า 6 เดือน เมื่อมาติดตามคดีจึงพบว่าพนักงานสอบสวนที่รับเรื่องไว้ ได้รับคำย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ จ.นครปฐมโดยไม่ได้แจ้งให้ตนทราบและยังไม่ได้มอบหมายสำนวนให้บุคคลอื่นรับผิดชอบแทน
ขณะที่พนักงานสอบสวนอ้างว่าได้ส่งสำนวน ป.ป.ช.ให้แพทยสภาทำการวินิจฉัยจากการใช้วิชาชีพแพทย์ แต่มีหนังสือตอบกลับ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 แจ้งว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับแพทยสภา ทำให้เสียเวลา 6 เดือน และล่าสุดได้รับแจ้งว่าจะส่งสำนวนไปสอบถามที่กระทรวงสาธารณสุขว่าการเก็บเงินต่างชาติจากที่กำหนดในช่วงที่มีการร้องเรียนมีผลสรุปหรือหลักเกณฑ์อย่างไร ทำให้มีข้อสงสัยว่าเหตุใดไม่ส่งไปสอบถามพร้อมกับการสอบถามแพทยสภา
“เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าคดีนี้มีอายุความ 20 ปีไม่ต้องรีบร้อน จากนั้นมีพนักงานสอบสวนคนใหม่สอบปากคำผมอย่างละเอียดผ่านล่ามอีกครั้ง เพื่อให้การยืนยันตามสำนวนที่ ป.ป.ช.ชี้มูล แต่ยังไม่ทราบว่าจะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลคดีทุจริตได้เมื่อไหร่ ผมจะยื่นเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช.มาตรา 157 กับพนักงานสอบสวน สภ.หัวหินที่ทำให้คดีล่าช้าผิดปกติ เข้าข่ายถ่วงเวลา และต้องมีคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง”นายเออร์วินกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.เจริญ ชลประเสริฐ หัวหน้าพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้ช่วยเหลือนายเออร์วิน บรูท ในการสอบปากคำ จากนั้นได้แจ้งกำชับให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีที่ สภ.หัวหิน แจ้งความคืบหน้าของคดีให้ผู้เสียทราบเป็นระยะ โดยไม่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ไปกลับ 200 กิโลเมตรเพื่อมาสอบถามเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาตนมาราชการเรื่องอื่นที่ สภ.หัวหิน แต่พบว่าผู้เสียหายต้องการติดตามคดีแต่ไม่มีใครให้คำตอบได้ จึงได้ช่วยสอบปากคำนายเออร์วินเพื่อเร่งสรุปสำนวน ขณะที่แพทยสภายืนยันว่าไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องคดีนี้

