หนุ่มหาหนูนาพบโครงกระดูกกลางป่าละเมาะ หญิงวัย 53 เชื่อเป็นของสามีที่หายตัวไป

19.12.19 | 11:01 น.

วันที่ 19 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณี ที่มีหนุ่มชาวบ้านมาดักหาหนูนา หรือหนูพุกท้องขาวเพื่อนำไปประกอบอาหาร –ขาย ที่ป่าละเมาะอยู่ห่างชุมชนราว 3.5 กม.เศษ พื้นที่หมู่บ้านโพธิ์งาม หมู่ 4 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เป็นเขตพื้นที่ติดต่อกันระหว่าง อ.ประจันตคาม กับ ต.โนนห้อม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี ใกล้กับวัดทุ่งตะลุมพุก และสำนักปฏิบัติธรรมธุดงค์สถาน ได้พบโครงกระดูกชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งแขน ,ขา ,กระดุกเชิงกราน ,ซี่โครง ,หัวกะโหลก กระจายเกลื่อนอยู่ในป่าละเมาะ รวมประมาณ 11 จุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค. และมีญาติออกมายืนยันว่าเป็นญาติของตนที่หายตัวไปช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา


โดยนางสุบิน คำดี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.1 บ้านหนองเรือ ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ ยืนยันว่า โครงกระดูกที่พบคาดว่าน่าจะเป็นของนายวิรัตน์ คำดี อายุ 54 ปี(สามี) ซึ่งติดสุรา(เหล้าขาว) ได้มีอาการหลอนทางประสาทว่าพบผีก่อนโกนหัวบวชพระ ได้หายตัวลึกลับ โดยก่อนหน้าได้มาขอบวชในโครงการวันเฉลิมพระชนมพรรษา หรือวันแม่แห่งชาติ ของสำนักปฎิบัติธรรมธุดงค์สถาน ตั้งอยู่ใกล้ๆในพื้นที่ใกล้ที่เกิดเหตุ ตามที่ได้นำเสนอรายละเอียดก่อนหน้านี้นั้น

ความคืบหน้า ทางเจ้าหน้าที่พฐ.ได้รวบรวมชิ้นส่วนกระดูกที่กระจัดกระจายเกลื่อนบริเวณราวป่า รวบรวมนำส่ง
โครงกระดูกทั้งหมดส่งไปพิสูจน์หาดีเอ็นเอ ที่สถาบันนิติเวช พร้อมนำเนื้อเยื่อของน้องสาวนายวิรัตน์ไปตรวจเทียบเคียงเพื่อความแน่นอนว่าเป็นศพนายวิรัตน์ จริง

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่หมู่บ้านหนองเรือ พบกับนางสุบิน คำดี ภรรยา โดยนางสุบิน อยู่บ้านเก่าๆปลูกชั้นเดียวตีล้อมรอบด้วยสังกะสีติดดิน นางสุบินอยู่คนเดียว มีบุตรกับสามีที่คาดว่าเสียชีวิตดังกล่าว 2 คน ซึ่งบรรลุนิติภาวะและมีครอบครัวหมดแล้ว และได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า “มั่นใจว่าเป็นโครงกระดูกของสามีที่หายสาบสูญไปเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

Advertisement

ซึ่งสามีได้มาขออโหสิกรรมก่อนบอกลาจะไปบวชพระ ที่สำนักปฎิบัติธรรมแห่งหนึ่ง(ธุดงค์สถาน) และหายตัวไป โดยไม่มีใครเห็น ขณะที่เข้าแถวจะทำการโกนหัวเพื่อบวชพระอย่างเป็นทางการ

ซึ่งปกติสามีติดสุรา(เหล้าขาว)มีอาการหลอนทางประสาท อาทิเห็นผี ทางเพื่อน –ทางวัด-ญาติ ได้ออกติดตามหาตัวก็ไม่พบ ซึ่งมีคนบอกว่าสามีออกจากสถานที่ปฎิบัติธรรมแล้วเดินหายไป ซึ่งได้ลงบันทึกแจ้งความคนหายที่ สภ.ศรีมโหสถ จนมาพบโครงกระดูกเมื่อวานนี้(18 ธ.ค.) จึงคาดว่าน่าจะเป็นของสามี ที่มีคนบอกเดินมาทางนี้ นางสุบินกล่าต่อไปว่าอยู่กินกับสามีมีลูก 2 คน ไปทำงานที่อื่น ตนรับจ้างทั่วไปในหมู่บ้าน

การเสียชีวิตของสามีไม่ติดใจเอาความใดๆ และไม่คิดว่าเป็นเหตุฆาตกรรม ขอแค่ทางการพิสูจน์ทางกระบวนการวิทยาศาสตร์ว่าเป็นสามี ก็จะขอนำกระดูกมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้

ด้านนางสมบุญ แหลมศรี ญาติ กล่าวว่า “สองสามีเป็นคนยากจนก่อนจะหายตัวไปนั้นบอกว่าจะไปบวชพระ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แต่ว่าหายตัวไปจึงพากันมาตามหาตามที่มีคนพบเห็นว่าผู้ตายเกินมาทางนี้(ป่าละเมาะ) แต่ไม่พบช่วงนั้นเป็นหน้าฝนมีน้ำมาก อาจเดินไปหาไม่ถึงจุดพบศพ พอน้ำลดมีคนมาพบโครงกระดูก จึงคิดว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกของนายวีรัตน์ ส่วนการที่กระดุกกระจัดกระจายคงเป็นสัตว์แทะและลากไป ต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอ.ที่เทียบเคียงจากญาติ(น้องสาว)ผู้ตายว่าใช่นายวิรัตน์หรือไม่ ถ้าใช่จะได้นำมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ไม่ติดใจเอาความใดๆไม่เชื่อว่าจะเป็นการลวงไปฆาตกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม สำหรับพื้นที่ป่าละเมาะที่ชาวบ้านออกหาหนูนาในช่วงหน้าแล้งที่ชุกชุมเพื่อนำมาประกอบอาหารและขาย พบว่าวันนี้วังเวงไม่มีใครกล้าออกมาหาหนูนากัน