เร่งศึกษาข้อกม.พืชกระท่อม ประเทศเพื่อนบ้าน คาดเสนอแก้กม.ไม่นาน ปลดพ้นบัญชียาเสพติด

22.12.19 | 17:41 น.

เร่งศึกษาข้อกม.พืชกระท่อม ประเทศเพื่อนบ้าน ปรับใช้เพื่อควบคุม หากปลดพ้นบัญชียาเสพติด คาดเสนอแก้กม.ไม่นาน


เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. แหล่งข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แจ้งว่าจากการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานนั้น ที่ประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมได้รับทราบรายวิจัยในเริ่องเกี่ยวกับการใช้พืชกระท่อม ในแต่ละประเทศว่าดำเนินการอย่างไร ซึ่งบางประเทศอย่างมาเลเซีย กำหนดให้สารสารไมตราจัยนิน เป็นสารพิษ ที่จะต้องมีการควบคุม ส่วนต้นกระท่อมที่ปลูกไว้ทั่วไปไม่ใช่พืชเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย แต่หากมีการเตรียมจำหน่าย หรือริดใบ เป็นการแสดงให้เห็นว่า พร้อมจำหน่าย จะกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายทันที ทั้งนี้ในวันที่ 27 ธ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วย ความร่วมมือในการศึกษาวิเคราะห์แนวทางและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการถอดพืชกระท่อมจากยาเสพติดให้โทษ ทั้งนี้หากผลการวิจัยเห็นพ้องถึงความเหมาะสมกันปลดล็อกกระท่อมพ้นบัญชียาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 จะต้องมีเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ 2522 โดยจะต้องตัดคำว่า “พืชเสพติดกระท่อม” ที่อยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้ประเภท 5 ออก จากนั้นก็ยกเลิกในมาตราที่เกี่ยวข้องกับกระท่อม คาดว่าจะใช้เวลาในการแก้ไขกฎหมายไม่นาน

แหล่งข่าวจากป.ป.ส.ยังระบุว่า ในส่วนของผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคดีพืชกระท่อม กำลังให้ทางกรมราชทัณฑ์สำรวจว่ามีนักโทษในคดีดังกล่าวจำนวนที่แท้จริงมีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งหากกระท่อมไม่ใช่พืชเสพติด ตามบัญชีกฎหมายยาเสพติด กลุ่มนักโทษเหล่านั้นก็จะพ้นผิดทันที คาดว่าน่าจะประมาณ 10,000 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรม คณะกรมการ ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, ผู้แทนกรมการปกครอง, ผู้แทนกรมการแพทย์, ผู้แทนกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก,ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร, ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ผู้แทนกรมสุขภาพจิต, ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, ผู้แทนสภาทนายความ, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม, ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด, ผู้แทนองค์การเภสัชกรรม,

Advertisement

นายวันชัย รุจนวงศ์ อดีตอธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ? และอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์, นายวิริศ อัมระปาล ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม (ด้านวิชาการ) และผู้ทรงคุณวุฒิที่ประธานเห็นชอบ 2 คน ในส่วนของเลขานุการประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรมและรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่เลขาธิการป.ป.ส. มอบหมาย ส่วนผู้ช่วยเลขานุการ ประกอบด้วย ผู้แทนคณะกรรมการ ป.ป.ส. ที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมาย 2 คน

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ คือ. 1.รวบรวมข้อมูล ศึกษาและวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหาเกี่ยวกับการใช้พืชกระท่อมในรูปแบบต่าง ๆ 2.ศึกษาเปรียบเทียบข้อกฎหมายภายในประเทศ กฎหมายต่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศที่ใช้ในการควบคุมพืชกระท่อม เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพืชกระท่อมให้เหมาะสมสำหรับประเทศไทย 3.พิจารณาให้ความเห็น ข้อเสนอแนะหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการใช้พืชกระท่อม รวมทั้งผลดีผลเสีย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน หากยังคงพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ และ 4.ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย