ชูศักดิ์ ชี้ ผบ.เหล่าทัพ นั่ง ส.ว. คือ ผลพวงรธน.ฉบับสืบทอดอำนาจ คสช. ผิดหลักการเอาข้าราชการประจำนั่ง 2 ตำแหน่งควบฝ่ายการเมือง
เมื่อวันที่ 3 มกราคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากการที่หลายฝ่ายวิจารณ์ข้อเสนอของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นว่า ไม่ควรให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพมาเป็น ส.ว.นั้น ตนเองเห็นว่าเรื่องใหญ่คือหลักการที่ไม่นำข้าราชการประจำมาเป็นฝ่ายการเมืองในเวลาเดียวกัน เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพก็คือข้าราชการประจำ มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ตนเองเห็นผู้บัญชาการเหล่าทัพมานั่งออกทีวีในการประชุมรัฐสภา รู้สึกลึกๆ ว่าบ้านเมืองมันถอยหลังไปไกลเหลือเกิน นี่แหละคือรัฐธรรมนูญที่ต้องการสืบทอดอำนาจ คสช.ที่ชัดเจนที่สุด วางไว้ถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย ตอนนี้จึงมีความพยายามนักหนาที่ไม่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญนี้
นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า ในอดีตสูตรสำเร็จภายหลังรัฐประหารยึดอำนาจคือการออกรัฐธรรมนูญใหม่ สูตรสำคัญคือมีบทบัญญัติไม่ห้ามข้าราชประจำ (ทหารที่ยึดอำนาจ) มาเป็นฝ่ายการเมือง ไม่ห้ามผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มาเป็นนายกฯ ไม่ห้าม รอง ผบ.ทบ.มาเป็นรัฐมนตรี โดยหลังยึดอำนาจปี 2557 เราก็เห็นเหล่าทัพเดินพาเหรดมาเป็นรัฐมนตรีเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นอะไรอีกมากมาย รับเงินเดือนหลายทางได้อย่างถูกกฎหมาย ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ตกผลึกกันมาแล้ว ในยุคที่เรามีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจึงห้ามเรื่องพวกนี้
“แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ทำเนียนๆ คือเอาเฉพาะผู้บัญชาการเหล่าทัพ 6 คนมีเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง และที่ร้ายกาจมากๆ คือให้ ส.ว. 250 คนร่วมเลือกนายกฯได้ ในบทเฉพาะกาล 5 ปีแรก เราเห็นมาแล้วในการเลือกนายกฯครั้งที่ผ่านมาไม่มีแตกแถวแม้แต่คนเดียว งดออกเสียงก็ไม่มี มาตรานี้คือกล่องดวงใจของผู้สืบทอดอำนาจ แถมเขียนรัฐธรรมนูญให้แก้แทบไม่ได้เลย อนาคตมันจะมืดมนกันอย่างไรก็ลองจินตนาการกันดู ตนถึงว่ามันถอยหลังไปมากจริงๆ” นายชูศักดิ์กล่า

