พลิก! เสี่ยเบนซ์ ปฎิเสธยิงอดีตคนรักคู่หมั้น อ้างนอนอยู่ที่บ้าน

6.01.20 | 17:23 น.

ความคืบหน้าคดีนายปรมินทร์ (เจมส์) ทิพย์ประทุม อายุ 29 ปี อดีตเจ้าของร้านตกแต่งรถเจ-โน ออโต้แม็กซ์แอนด์เซอร์วิส ขับรถยนต์ที่มี น.ส.แอ๋ม (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี คู่หมั้นของนายอภิสิทธ์ หรือเบนซ์ เนียมมุสิก อเนียมมูสิก อายุ 26 ปี นั่งอยู่ในรถไปจอดรถแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอิฟเลเว่น ถ.โฉลกรัฐ 21 หมู่ 1 ต.บางกุ้ง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีและถูกคนร้ายใช้อาวุธปืน 9 มม.ยิงเสียชีวิตที่บริเวณหน้า

เมื่อเวลา 00.40 น.วันที่ 4 ม.ค.63 และศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้อนุมัติหมายจับนายอภิสิทธิ์ ใน 3 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 6 ม.ค.63 ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี แล้วนั้น


เมื่อวันที่ 6 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสตร์ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายอภิสิทธิ์ได้ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือไว้

รายงานข่าวแจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ ให้การปฏิเสธอ้างว่าวันเวลาที่เกิดเหตุนอนอยู่ที่บ้านพักหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร หลังเกิดเหตุทราบว่าตนตกเป็นผู้ต้องสงสัยจึงได้หลบออกจากบ้านพักไป ส่วนสาเหตุที่มามอบตัวเนื่องจากทราบว่ามีการออกหมายจับและทราบว่าหลังเกิดเหตุ น.ส.แอ๋ม คู่หมั้นถูกโจมตีเกี่ยว กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คู่หมั้นมีอาการเครียดเป็นอย่างมากจึงได้ตัดสินใจติดต่อบิดาให้นำมามอบตัวและต่อสู้คดี

ภายหลังพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำ 2 ชั่วโมง จึงได้ควบคุมตัวนายอภิสิทธิ์ในชุดเดิมสวมแว่นดำ หมวกแก๊ป ไปตรวจค้นที่บ้านพักเลขที่ 40 หมู่ 8 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ของนางจันทรา เนียมมูสิก มารดานายอภิสิทธิ์ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือ อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ส่วน น.ส.แอ๋ม คู่หมั้นนายอภิสิทธิ์ที่นั่งอยู่ในรถที่เกิดเหตุ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกมาให้ปากคำในฐานะพยานในวันที่ 6 ม.ค.63 เวลา 13.00 น.ปรากฏได้แจ้งเลื่อนให้ปากคำเป็นวันที่ 7 ม.ค.63

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย กล่าวภายหลังว่า เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ ซึ่งตำรวจทำไปขั้นตอนกระบวนการทุกอย่าง ซึ่งการสอบปากคำผู้ต้องหามีทนายความเดินทางมาร่วมรับฟังการสอบสวนโดยไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน หลังจากนี้จะนำตัวไปขออำนาจต่อศาลฝากขังที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี โดยไม่รับตัวกลับและขอคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาล