เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มกราคม พ.ต.อ.สุริยา อยู่แพทย์ ผกก.สภ.เมืองชลบุรีเปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่ น.ส.สุวรี รัตน์ประดิษฐ์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/148 หมู่ 4 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี ร้องเรียนกับสื่อมวลชนกรณีที่ถูกใบสั่งทางไปรษณีย์ 2 ครั้ง เกี่ยวกับการขับรถฝ่าฝืนกฎการจราจรบริเวณถนน ทล.11 กิโลเมตรที่ 556-557 ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตำรวจเปรียบเทียบปรับ 500 บาท ทั้งที่ความเป็นจริงรถกระบะอีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน ศข 2185 กรุงเทพฯ ของ น.ส.สุวรี จะวิ่งในพื้นที่ จ.ชลบุรี เพราะอยู่ชลบุรี และ จ.ขอนแก่นเท่านั้นซึ่งเป็นบ้านแฟนหนุ่ม ที่สำคัญไม่เคยวิ่งไป จ.เชียงใหม่ แต่อย่างใด
หลังจากนั้นจึงได้ทำการตรวจสอบรถของ น.ส.สุวรี เพื่อให้ทางกรมขนส่งทางบกยืนยันว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย และประสานงานกับทาง พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ รับผิดชอบงานจราจรเร่งดำเนินการตรวจสอบรถคันกระบะที่เหมือนกับ น.ส.สุวรี และถูกใบสั่งทำผิดกฎการจราจรว่า ขณะนี้ทางด้านตำรวจเชียงใหม่ได้ดำเนินการจับกุมรถคันดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และแจ้งให้กับ น.ส.สุวรี ทราบ ทำให้เจ้าของรถดีใจมากที่เป็นผู้บริสุทธ์ ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้เนื่องมาจากได้มีการใส่ข้อมูลเข้าไปในกล้องวงจรปิด เมื่อรถที่กระทำผิดวิ่งผ่าน ก็จะมีเสียงร้องเตือนทำให้ตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว ส่วนทางด้านการดำเนินคดีนั้นจะเป็นงานของตำรวจที่ท้องที่ที่กระทำผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการที่ น.ส.สุวรี ได้มีการร้องเรียนกับทาง ผกก.สภ.เมืองชลบุรี ได้มีการประสานงานไปยัง พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ให้ดำเนินการจับกุมรถผู้ต้องสงสัยว่าได้มีการกระทำความผิด ต่อมา ร.ต.อ.จิน มหายศ รอง สว.ส.ทล.4 กก.5 ได้ตรวจสอบหารถกระบะที่หมายเลขทะเบียนเหมือนกับรถของ น.ส.สุวรี และจับกุมรถคันดังกล่าวได้เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีนายพีรพันธ์ พษิฐาการกูล อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 295/15 หมู่ 2 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว ตำรวจจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัสคำเที่ยง ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และยังพบว่ารถคันดังกล่าวไม่มีการต่อทะเบียนเสียภาษีจากกรมขนส่งทางบกมาตั้งแต่ปี 2555 และไม่มีเอกสารเกี่ยวกับรถกระบะคันดังกล่าวแต่อย่างใด
จากสอบถามนายพีรพันธ์ ทราบว่ารถคันดังกล่าวซื้อมาจากรุ่นพี่ชื่อคม อายุ 50 ปี อยู่ จ.น่าน ซื้อมาตั้งแต่ปี 2555 จึงได้ยึดรถคันดังกล่าวไว้ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง และได้แจ้งข้อหาปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม พร้อมทั้งส่งตัวนายพีรพันธ์และของกลางให้ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีต่อไป


