รวบสองหนุ่มแก๊งตัดสายเคเบิลเน็ตเร่ขายร้านซื้อของเก่า ทำระบบล่มเป็นแถบ

30.01.16 | 11:00 น.
เมื่อเวลา 18.00 น. วานนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กระจะจ่าง ผกก. สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้จับกุมนายภารดร วัดพูล อายุ 27 ปี และนายนิรัญ รัตนขวัญ อายุ 21 ปี โดยทั้งสองคนเป็นอดีตลูกจ้างของบริษัทรับเหมาลากสายไฟฟ้าบนอำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วยของกลาง สายเคเบิลที่ถูกเผาจนเหลือแต่ลวดทองแดง จำนวน  5 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม และเงินสดจำนวนหนึ่ง
โดยก่อนหน้านี้ นายโกเมน พรหมเกาะ พนักงานศูนย์บริการลูกค้าทีโอทีสาขาเกาะสมุย ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะสมุย ว่าสายเคเบิลส่งสัญญาณระบบอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่สามแยกสระเกศ-วัดช้างตลิ่งงาม หมู่ 2 ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย ถูกคนร้ายลักตัดสายเคเบิลเป็นระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร ทำให้สายส่งสัญญาณเสียหาย ระบบอินเตอร์เน็ตล่มใช้การไม่ได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว  และโรงแรมเป็นวงกว้าง ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท
พ.ต.อ.ไพฑูรย์เผยอีกว่า จากการลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูล จนทราบว่านายนิรัญ และนายภารดร คนร้ายจะนำเส้นลวดทองแดงมาจำหน่ายให้กับร้านรับซื้อของเก่าของนางบุญส่ง ชะเอม อายุ 52 ปี ซึ่งเปิดร้านรับซื้อของเก่าโดยไม่มีใบอนุญาต จึงไปดักซุ่มจนพบว่าผู้ต้องหานำเส้นลวดทองแดงมาขายจริง จึงได้แสดงตัวจับกุมพร้อมตรวจค้นภายในร้านรับซื้อของเก่า พบเส้นลวดทองแดงอีกจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายนิรัญ นายภารดร และนางบุญส่ง สอบปากคำที่ สภ.เกาะสมุย
จากการสอบปากคำนายนายภารดร ได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นลูกจ้างลากสายไฟฟ้าแรงสูงบนเกาะสมุยและได้ลาออกจากงาน มาร่วมตัวกับนายนิรัญและพวกที่ยังหลบหนีอีก 2 คน ตั้งแก๊งออกตระเวณขโมยตัดสายโทรศัพท์และสายเคเบิลตามเสาไฟฟ้า จากนั้นจะนำสายเคเบิลที่ได้มาเผาไฟให้เหลือแต่ลวดทองแดง และนำไปขายให้กับนางบุญส่งที่ร้านรับซื้อของเก่าในราคากิโลกรัมละ 100 บาท และเคยทำมาแล้วหลายครั้ง
ส่วนนางบุญส่งให้การว่า เปิดร้านรับซื้อของเก่ามาประมาณ 5 ปี และตั้งแต่ปลายปี 58 จนถึงเดือนมกราคมนี้ ผู้ต้องหาได้นำลวดทองแดงมาขายให้หลายครั้งแล้ว และตนเองก็รับซื้อไว้ก่อนจะนำไปขายต่อให้กับร้านรับซื้อของเก่าอีกทอดหนึ่งในราคากิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งตนไม่รู้ว่าลวดทองแดงที่รับซื้อนี้จะถูกขโมยมา
ด้านนายโกเมน พรหมเกาะ พนักงานศูนย์บริการลูกค้าทีโอทีสาขาเกาะสมุย กล่าวว่า จากความเสียหายที่คนร้ายตัดสายเคเบิล สายส่งสัญญาณ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และยังไม่รวมความเสียหายของเครือข่ายทีทีแอนด์ที และเครือข่ายแคท ที่โดนคนร้ายตัดสายส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปด้วยเช่นกัน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายภารดร วัดพูล และนายนิรัญ รัตนขวัญ ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ทำลายทรัพย์สิน สิ่งของอุปกรณ์ของสาธารณะ และเเจ้งข้อกล่าวหากับนางบุญส่ง เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าในข้อหา เปิดร้านรับซื้อของเก่าโดยไม่มีใบอนุญาต และรับซื้อของโจร พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป