‘สมศักดิ์’ เสนอเพาะต้นกล้ากระท่อมไทยบ้านนาสาร แจกชาวบ้านปลูกหลังปลดล็อกสำเร็จ

รมว.สมศักดิ์ ชง ทส.เพาะต้นกล้ากระท่อมไทย แจกชาวบ้านปลูกหลัง กม.ปลดล็อกพ้นบัญชียาเสพติดสำเร็จ ตั้งเป้าวิจัย ใช้บำบัดเลิกยาบ้า ยาไอซ์ ชี้ผลเสียน้อย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 มกราคม ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (การยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดให้โทษ) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ…พร้อมด้วย นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ผู้แทนหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องร่วมเสวนา

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้ร่างกฎหมายมีความพร้อมประมาณ 95% ในวันที่ 22 ม.ค.จะนำร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) ที่มีการแก้ไขปลดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพให้โทษ ให้คณะกรรมการป.ป.ส.พิจารณา และคาดว่าจะเสนอร่างฉบับดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 3 มี.ค. จากนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาจะพิจารณารายละเอียด ก่อนนำกลับเข้า ครม.เสนอไปสู่การพิจารณาของสภาตามขั้นตอน เบื้องต้นเชื่อว่าคงไม่มีใครคัดค้าน แต่ไม่มีกฎหมายเที่จะผ่าน 3 วาระรวด ยังต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา จึงประเมินว่าสภาจะมีพิจารณาแล้วเสร็จ 10.มิ.ย.63

“ที่ผ่านมาก็เคยมีแนวคิดเสนอปลดกระท่อมพ้นบัญชียา ตั้งแต่ปี 2485 แต่ด้วยเหตุผลและข้อติดขัดบางอย่าง ซึ่งมีความแตกต่างจากในปัจจุบัน ในสภาไม่มี ส.ส.คัดค้านการปลดกระท่อมออกจากยาเสพติด ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่ามีการศึกษาตั้งแต่ปี 2546 แต่ทำไมทำไม่ได้ ผมไม่ใช่นักกฎหมาย ไม่รู้ไส้ในว่ากฎหมายต้องประกอบด้วยอะไร แต่สิ่งที่ได้ต้องกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน คือการปลดออกจากยาเสพติด ผมคาดหวังให้มีการพัฒนาวิจัยกระท่อมเพื่อนำไปใช้บำบัดเลิกยาบ้า ยาไอซ์ ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์กับคนทั้งโลก เรื่องกระท่อมเราช้ากว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะคุณสมบัติดีๆ มีอยู่มาก ถ้าช้าก็จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้เพราะจะไปกระทบผลประโยน์ ต้องเดินให้เร็วที่สุด” นายสมศักดิ์กล่าว

 

เมื่อถามว่า ข้อเสียของการปลดกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดที่ยังมีข้อกังวลจากหลายหน่วย นายสมศักดิ์กล่าวว่า ข้อกังวลตอนนี้คือเรื่องของผลประโยชน์ เพราะกระท่อมมีสรรพคุณในเรื่องการบรรเทาอาการปวดใช้แทนมอร์ฟีน ซึ่งหากมีการพัฒนาเป็นระบบอุตสาหกรรมก็จะมีการผลประโยชน์อย่างอื่นตามมา สำหรับคดีที่เกี่ยวกับกระท่อมตั้งแต่เดือน ม.ค.- ต.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวน 50,000 คดี มีบางรายติดคุก 15 วัน บางรายเสียค่าปรับ หากคิดเป็นค่าใช้จ่ายทางคดีนั้น รัฐจะมีค่าใช้จ่ายทางคดีให้กับตำรวจ อัยการ และศาล ประมาณคดีละ 20,000 บาท หากกระท่อมไม่เป็นความผิดตามกฎหมายจะสามารถประหยัดงบประมาณของรัฐไปได้ 1,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนแนวทางในการป้องกันเรื่องการลักลอบนำเข้าใบกระท่อมจากต่างประเทศนั้น เชื่อว่าหากมีการปลดล็อกพืชกระท่อมพ้นบัญชียาเสพติดแล้ว ป.ป.ส.จะหาทางแก้ปัญหาได้ อาจจะให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการเพาะพันธุ์ต้นกล้ากระท่อมแจกประชาชนให้ปลูก แต่ต้องดูเรื่องความเหมาะสมว่าจะอนุญาตให้ปลูกหมู่บ้านละกี่ต้น ตอนนี้มีต้นกระท่อมที่จะใช้เป็นพันธุ์ที่ดี เพาะแจกจ่ายให้ประชาชนได้ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี อ.บ้านนาสาร ที่มีการวิจัย อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้กระท่อมยังไม่ได้ปลดล็อกก็อย่าเพิ่งอวดอ้างอะไรให้อดใจรอ หากปลดล็อกแล้วก็ต้องรณรงค์ให้ปลูกค่อยปลูก ตอนนี้ใครปลูกก่อนต้องถูกตัด

นายวิชระ อำพนธ์ ที่ปรึกษาองค์การอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ประเทศไทยออกกฎหมายควบคุมกระท่อม เพราะในคดีกระท่อมต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีฝิ่น ทำให้กระท่อมถูกกำหนดเป็นยาเสพติดจนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมามีความพยามปลดกระท่อมพ้นบัญชียาเสพติด แต่ถูกตรวจสอบพบว่ามีการนำกระท่อมไปผสม 4×100 มีการใช้อย่างแพร่ระบาดและเผยแพร่สูตรปรุงยาผ่านอินเตอร์เน็ต ดังนั้น หากมีการปลดล็อก กระท่อมก็ยังจำเป็นต้องควบคุม โดยอนุญาตให้ใช้ตามใบสั่งยาของแพทย์ ไม่ใช้สันทนาการ

นายอนันต์ชัย อัศวเมฆิน อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า กระท่อมออกฤทธิ์ เหมือนฝิ่น แต่เสพติดน้อยกว่า กรณีการปลดล็อกของไทยมีแนวโน้มที่ดี เพราะไม่เดินตามฝรั่งตามแบบวิถีไทย ต่างจากกัญชา ที่เลียนแบบต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เรามีแพทย์แผนไทย หลังปลดล็อกให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ครบ 6 เดือน จะมีการประเมิน จะพบว่าระเบียบที่ออกไม่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รองโฆษก ตร. ชวนดาวน์โหลดแอพ AirCMI เช็กสภาพฝุ่น PM 2.5
บทความถัดไปข้าราชการครู สพป.นม.3 นครราชสีมา นัดแต่งชุดดำแสดงจุดยืนคัดค้านการยุบสำนักงานเขตไปรวมศึกษาธิการจังหวัด