เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่สน.บางเขน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.ปรเมษฐ โพยนอก รองผกก.สส.สน.บางเขน พ.ต.ท.เสน่ห์ มณีฉาย สว.สส.สน.บางเขน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน ร่วมกันแถลงจับกุม นางพัทธนันท์ โพธิ์ทอง หรือ ติ๋ม อายุ 46 ปี ชาวจ.สระแก้ว และ นายสุธา ดารักษ์ หรือ เฮี้ยะ อายุ 51 ปี ชาวจ.สระแก้ว พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูมเมอร์ เอ็กซ์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ็กซ์ จำนวน 1 คัน ทั้งหมดไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บธ 6719 สระแก้ว โดยจับกุมได้ที่ด่านเก็บเงินทางด่วนดาวคะนอง
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เวลาประมาณ 03.00 น.จับกุม นายพงศกร ชาญเกษม หรือ กอล์ฟ อายุ 18 ปี(ฝากขังไปแล้ว) บริเวณซ.พหลโยธิน53 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ต่อมาวันที่ 25 มิถุนายน เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายวิชาญ ทองเมืองหลวง หรือ โด้ อายุ 20 ปี(ฝากขังไปแล้ว) ได้ที่ห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 นำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาไปส่งให้กับนางพัทธนันท์ บริเวณศาลเจ้าแม่งู ซอยถนนพระราม 2 ซอย 48 แขวงแสมดำ เขตบางมด กทม. จากนั้นจะมีรถยนต์กระบะดัดแปลงหลังคาทึบ สีขาว ทะเบียน บธ 6719 สระแก้ว มารับรถจักรยานยนต์ เพื่อไปส่งต่อที่ประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาวันที่ 27 มิถุนายน เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเฝ้าดูรถยนต์กระบะต้องสงสัย บริเวณปากซอยถนนพระราม 2 ซอย 48 จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวขับออกจากซอยถนนพระราม 2 ซอย 48 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 2 ขาเข้า กำลังขึ้นทางด่วนดาวคะนอง ทางเจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจจราจรทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานครให้หยุดรถคันดังกล่าว จึงสามารถจับกุมนางพัทธนันท์ และ นายสุธา ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านนางพัทธนันท์ รับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากลูกค้าทางโทรศัพท์ว่าต้องการรถจักรยานยนต์ยี่ห้อใดบ้าง จากนั้นจะติดต่อไปยังนายพงศกร และนายวิชาญ ให้ไปขโมยรถ โดยนัดรับรถจักรยานยนต์บริเวณพระราม 2 หรือพื้นที่ใกล้เคียง หลังจากนั้นจะส่งให้กับลูกค้าที่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนรถจักรยานยนต์แต่ละคันจะมีราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพ และรุ่นของรถ เช่น รถยี่ห้อซูเมอร์เอ็กซ์ จะรับซื้อในราคาคันละ 10,000 บาท และส่งขายคันละ 16,000-17,000 บาท ส่วนรุ่นเอ็มเอสเอ็กซ์ ถ้ามีสภาพดีจะขายในราคา 28,000 บาท ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบันในพื้นที่กทม. ตนได้ส่งรถจักรยานยนต์ไปประเทศเพื่อนบ้านสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 4 คัน เฉลี่ยเดือนละ 25-30 คัน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้ในพื้นที่จ.สระแก้ว ส่วนเงินค่าจ้างตนจ่ายเงินสดให้กับผู้ที่ขโมยรถจักรยานยนต์มาส่งให้ แต่หลังจากที่เอารถไปส่งให้ลูกค้าในประเทศพื่อนบ้านแล้วตนจะยังไม่ได้รับเงินสด แต่จะได้รับการโอนเงินผ่านบัญชีแทน
ด้านนายสุธา กล่าวว่า ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะไปส่งรถจักรยานยนต์ตามจุดที่ได้มีการนัดหมายไว้ ซึ่งแต่ละครั้งจะใช้เส้นทางจากมอร์เตอร์เวย์ มุ่งหน้าจ.นครพนม ก่อนจะเข้าจ.สระแก้ว โดยจะได้รับค่าจ้างในการขนส่งเที่ยวละ 1,500 บาท ส่วนสาเหตุที่ทำนั้น เพราะไม่มีเงิน แม้ว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้มกับสิ่งที่ทำก็ตาม
เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จากนั้นนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป


