เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่สน.บางเขน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบช.น.) เปิดเผยกรณีนักเรียนยิงกันในพื้นที่สน.บางชัน และสน.มีนบุรี ทำให้มีนักเรียนอาชีวะหญิงเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย เมื่อค่ำวันที่ 29 มิถุนายน ว่า เบื้องต้นทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบ เชื่อว่าคดีนี้ไม่นานคงจับได้ ฝากถึงผู้ปกครอง อาจารย์ หรือรุ่นพี่ ขณะนี้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ฉบับที่ 30 มีประโยชน์ในการแก้ปัญหา ให้ทุกกองบังคับการ(บก.)และสถานีตำรวจในพื้นที่บช.น. จัดทำประวัติผู้ที่อยู่ในข่ายกระทำความผิด ก่อนหน้านี้เคยมีประวัติผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับลัก วิ่ง ชิง ปล้น มือปืนรับจ้าง ยาเสพติด ตอนนี้ต้องทำประวัตินักเรียนนักเลง เด็กแว้น แม้บางโรงพักบอกว่าไม่มีวัยรุ่นแข่งรถ ไม่มีนักเรียนตีกันในพื้นที่ แต่อาจเป็นที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้น จะบอกว่าไม่มีแข่งรถ ไม่มีตีกันไม่ได้ ต้องสำรวจตรวจสอบว่ามีนักเรียนนักเลงอยู่ในพื้นที่หรือไม่ จากนั้นต้องทำประวัติและทำหนังสือถึงผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องคืออาจารย์ให้ส่งตัวมา เพื่อจะได้แจ้งเตือนบอกกล่าวให้ดูแล ไม่ให้เด็ก เยาวชน หรือนักเรียนนักศึกษาไปกระทำความผิด
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากประกาศคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 30/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา ข้อ 3 ระบุว่า ผู้ใดกระทําการอันเป็นการยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้นักเรียน หรือนักศึกษาฝ่าฝืนบทบัญญัติ ตามมาตรา 64 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2556 ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ หากการกระทําตามวรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้นักเรียนหรือนักศึกษาไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือทําร้ายร่างกายผู้อื่น ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และหากเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเพราะการทะเลาะวิวาทหรือทําร้ายร่างกาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ กฎหมายมีผลบังคับ ฉะนั้นต้องให้ตำรวจทุกนายหลังจากสั่งการและประชุมไปแล้วให้ทำประวัติ ทำหนังสือถึงทุกคนที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับที่เคยทำในกรณีของร้านทอง โรงรับจำนำ ร้านขายของเก่า จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทำหนังสือถึงผู้เกี่ยวข้องแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้ต้องทำเป็นตัวอย่างหรือไม่ที่จะเอาผิดกับผู้ปกครอง พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า หากมีข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีการปล่อยปละละเลยหรือไม่เอาใจใส่ หรือไปยุยงส่งเสริมอีก จะมีความผิดตามประกาศคสช. ยืนยันว่าประกาศคสช.เป็นเครื่องมือในการปราม แต่บางคนอาจยังไม่รู้ ผู้ปกครองบางคนอาจยังไม่ทราบ หรือนักเรียนนักเลง หรือแม้แต่เด็กแว้นก็ตาม ยังไม่รู้ว่าหากทำผิดแล้วผู้ปกครองจะเดือดร้อน ทุกคนรักพ่อรักแม่ไหม หากรู้และทราบว่าทำแล้วพ่อแม่เดือดร้อนจะกระทำผิดอีกหรือไม่ จะไปทะเลาะหรือตีกันแล้วพ่อแม่ติดคุกด้วยจะเอาหรือไม่ มองว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องท้าทายเจ้าหน้าที่ เพราะกฎหมายมีไว้คุ้มครองคนดีและความสงบเรียบร้อย กฎหมายที่ออกมาเป็นประโยชน์ ไม่ควรมองว่าเป็นการท้าทายหรือไม่ท้าทายเลย ยืนยันว่าหากทำผิดแล้วพ่อแม่จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย นักเรียนนักเลงที่ทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่คงจะลดน้อยลง ส่วนจะเป็นปัญหาระหว่างสถาบันการศึกษาหรือไม่จะต้องตรวจสอบก่อน เนื่องจากนักเรียนนักเลงที่ก่อเหตุอยู่ในขณะนี้มีความหวาดระแวง จะต้องลดความหวาดระแวงเหล่านี้ก่อน ยังอยู่ระหว่างการศึกษาว่าหากนำมาพูดคุยกันจะดีหรือไม่
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ชูพันธุ์ ผกก.สน.บางชัน วางมาตรการป้องกันตามแผนของ บก.น.4 เพื่อป้องกันเหตุนักเรียนตีกันและกลับมาแก้แค้น โดยมีการประชุมทุก สน.ในเขต บก.น.4 ขณะเดียวกันจะใช้ มาตรา 44 ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ดำเนินการกับผู้ก่อเหตุและผู้ปกครอง นอกจากนี้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุยิงนักเรียนโรงเรียนช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพเสียชีวิต ล่าสุดรู้ตัวมือปืนแล้ว 1 คน คือกลุ่มของนายบี(นามสมมุติ) อยู่สถาบันคู่อริแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี พบว่ามีประวัติพกพาอาวุธ และร่วมทำร้ายร่างกายมาแล้วหลายครั้ง ทั้งนี้กลุ่มของนายบีจะตระเวนขี่รถจักรยานยนต์ตามเส้นทาง หากพบสถาบันคู่อริจะลงมือก่อเหตุทันที ส่วนสาเหตุอาจไม่รู้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง เนื่องจากแต่งกายคล้ายผู้ชาย ขณะนี้ได้ประสานไปยังอาจารย์และผู้ปกครองเพื่อนำผู้ร่วมก่อเหตุมามอบตัวในวันนี้

