ตม.รวบ 3 แคเมอรูมทำตราปลอมขอใบทำงานในไทย-แก๊งทำพาสปอร์ตเก๊-เจ้าพ่อยาไอซ์ออสซี่กว่า 1.8 หมื่นล.(คลิป)

29.06.16 | 16:24 น.

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 29 มิถุนายน ที่บช.สตม. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมกันแถลงจับกุมระดมกวาดล้างอาชญากรรม 4 คดีด้วยกัน โดยพล.ต.ท.ญัฐธรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน เจ้าหน้าที่จับกุมนายซิลวานัส กาบิล่า ฝนแซม น.ส.โรส โอเนเก้ บู และนายเอซู อัคบอเนเก้ ทั้งหมดสัญชาติแคเมอรูนโดยตรวจพบตราประทับปลอม 48 อัน เป็นตราประทับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานการศึกษา โดยจับกุมได้ที่ซอยรามคำแหง180 แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะใช้หนังสือเดินทางจริง แต่มีการใส่ตราประทับปลอมแจกจ่ายให้กับชาวต่างชาติใช้เป็นหลักฐานขอเข้าทำงานในประเทศไทย โดยหางานเป็นครูสอนภาษาตามสถาบันภาษาและมหาวิทยาลัยในไทย เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องด้วย เบื้องต้นได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ก.1
พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวต่อว่า คดีต่อมาวันที่ 24 มิถุนายนจับกุมตัว นายแอทติก อูร์ เลาะมานต์ สัญชาติปากีสถานและนายนาดูล ฮะกิม สัญชาติอัลจีเรีย โดยผู้ต้องหามีพฤติการณ์คือปลอมแปลงหนังสือเดินทางและจัดส่งลูกแพะไปยังประเทศที่สาม จากการตรวจค้นห้องพักของนายแอทติก อูร์ เลาะมานต์ ย่านพระราม 9 พบอุปกรณ์ที่ใช้ในการปลอมแปลงหนังสือเดินทางจำนวนมาก มีลักษณะเดียวกับแก๊งดอกเตอร์ โดยผู้ต้องหาจะทำการเคลื่อนย้ายชาวต่างชาติจากเอเชียใต้ไปสู่ทวีปยุโรป โดยจะมีการสำรวจเส้นทาง หากพบว่าปลอดภัยก็จะดำเนินการเคลื่อนย้ายชาวต่างชาติ มีเป้าหมายใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบกับทางบช.สตม.เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ก.3
คดีที่ 3พล.ต.ท.ณัฐธรเปิดเผยว่า เมื่อวันที่27 มิถุนายนเจ้าหน้าที่จับกุมขบวนการสวมหนังสือเดินทางขนแรงงานเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จับกุมชาวกัมพูชาได้ 12 คน โดยใช้รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาวทะเบียน 14-3618กรุงเทพฯขับจากตลาดโรงเกลือมาตามถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 359เจ้าหน้าที่ได้เรียกรถและจับกุม ทั้งนี้จะมีการแจกหนังสือเดินทางสัญชาติกัมพูชาฉบับจริง แต่หน้าตาคนในหนังสือเดินทางนั้นจะเป็นคนละคนกับชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมือง มีเพียงใบหน้าที่คล้ายกันเท่านั้น โดยมีคนไทยเป็นผู้นำพาชาวกัมพูชาเหล่านี้เข้าเมือง จึงแจ้งข้อหาชาวกัมพูชาคือใช้หนังสือเดินทางผู้อื่นในประการที่ทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวต่อว่า คดีสุดท้าย เมื่อเวลา 20.25 น.ของวันที่ 14มิถุนายน ทางเจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายแกรี่ โนวเลส สัญชาติออสเตรเลียซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งยาเสพติดรายใหญ่ ถูกทางตำรวจนิวซีแลนด์พบยาไอซ์ 538 กิโลกรัม มูลค่า 18,000 ล้านบาทกลางทะเลภายในเขตของประเทศนิวซีแลนด์ ต่อมาทางผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมของตำรวจนิวซีแลนด์ขึ้นเครื่องบินสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี492 เส้นทางเมืองโอ็คแลนด์ –สุวรรณภูมิ ทางเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากนิวซีแลนด์ จึงตรวจสอบระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าจับกุมตัวได้ โดยผู้ต้องหาจะนำยาเสพติดบรรจุใส่กระเป๋ากันน้ำ ผูกกับทุ่นไปลอยไว้กลางทะเลยโดยติดตั้งระบบดาวเทียมนำทาง เมื่อถึงเวลาส่งมอบจึงนำเรือออกไปลากทุ่นยาเสพติดเข้าฝั่ง ทางเจ้าหน้าที่บช.สตม.คุมตัวไม่อนุญาตให้เข้าประเทศไทยและส่งตัวกลับนิวซีแลนด์ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับบันทึกข้อมูลลงในระบบบุคคลต้องห้ามป้องกันไม่ให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย วันนี้ทาง นายเจเรเมีย อุสตินี่ ทูตตำรวจนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยและ นายบริน เลมป์ ทูตศุลกากรนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย นำสารจากอธิบดีกรมตำรวจนิวซีแลนด์มาแสดงความขอบคุณต่อทางบช.สตม.ด้วย

ผบช.สตม.กล่าวอีกว่า ในช่วงระดมกวาดล้างคนต่างชาติผิดกฎหมายในช่วงวันที่ 19-25 มิถุนายน ทางเจ้าหน้าที่จับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมายได้ทั้งหมด 11,296 คน โดยชาวเมียนมามากที่สุดคือ5,418 คน ทั้งนี้จะระดมกวาดล้างทุกเดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการปรับเกณฑ์การจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมายให้สากลมากขึ้น จากเดิมที่ค่าปรับการอยู่เกินวันละ500 บาท สูงสุดไม่เกิน 20,000บาท ตั้งแต่วันที่ 20เมษายนได้ปรับกฎเกณฑ์เป็นห้ามบุคคลต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ต้องถูกให้ออก และถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางเข้าประเทศไทยตามระยะเวลา ตอนนี้กำลังพิจารณาเกณฑ์ที่เหมาะสมอีก ใช้เวลากลั่นกรองผ่านตามขั้นตอนทางกฎหมายอีกระยะ