บุกรวบปลัดเทศบาลปทุมฯปล่อยกู้นอกระบบ ยึดบัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัสลูกหนี้ (คลิป)

30.06.16 | 12:11 น.

เมื่อเวลา 10.30น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่กองบังคับการปรามปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.)พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ก.พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร รองผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.เสฏฐพัฒน์ ศิริวงศ์ สว.กก.5 บก.ปอศ. แถลงผลการจับกุม นายบัญญัติ คมคาย อายุ 51 ปี ปลัดเทศบาล (นักบริหารงานเทศบาล 8 ) ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี พร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็ม พร้อมรหัสกดเงิน 4 หลัก ของผู้กู้จำนวน 32 ใบ, สมุดบัญชีเงินฝากของผู้กู้ 12 เล่ม, สัญญากู้ยืมเงินที่ผู้กู้ลงลายมือชื่อ 280 ชุด และ อาวุธปืน ยี่ห้อ กล๊อก ขนาด 9 มม.พร้อมซองกระสุน 1กระบอก โดยจับกุมได้ภายในบ้านเลขที่ 18/1042 หมู่ 2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ที่ให้เร่งรัดสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินและคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ต่อมาตำรวจได้รับการแจ้งว่านายบัญญัติ มีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้นอกระบบ และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยวิธียึดบัตรเอทีเอ็มของผู้กู้เอาไว้ ก่อนสืบสวน กระทั่งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้ขอศาลจังหวัดธัญบุรี ออกหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายบัญญัติ พร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมด และคุมตัวมาสอบสวน

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ของนายบัญญัติจะปล่อยเงินกู้ให้กับคนที่ต้องการกู้ โดยผู้กู้ยืมเงินต้องเตรียมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน มาทำสัญญาตามแบบฟอร์มสัญญากู้ยืมเงิน โดยรายละเอียดจะเขียนด้วยดินสอ ก่อนที่ผู้กู้จะเซ็นชื่อเพียงในช่องลงลายมือชื่อเท่านั้น โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน เมื่อทำสัญญาเสร็จก็จะยึดบัตรเอทีเอ็มของผู้กู้ไว้ โดยให้ผู้กู้จดรายละเอียดรหัสบัตรเอทีเอ็ม หลังจากที่เงินเดือนออกนายบัญญัติก็จะไปกดเงินตามที่กู้ ส่วนเงินเดือนส่วนที่เหลือผู้ที่กู้ก็จะรับไป สำหรับอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของผู้อื่นนำมาจำนำไว้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบสัญญาเงินกู้ บัตรเอทีเอ็ม รวมถึงสมุดเงินฝาก เชื่อว่ามีเงินหมุนเวียนร่วม10ล้านบาท

ก.7
ด้านนายบัญญัติ กล่าวว่า เอกสารเงินกู้ที่ตรวจพบเป็นของเก่า ซึ่งได้เก็บไว้นานแล้ว โดยก่อนหน้านี้ยอมรับว่าได้ปล่อยเงินกู้จริง คิดดอกร้อยละ 5 ของเงินกู้ ผู้กู้ส่วนมากจะเป็นข้าราชการและลูกจ้างในหน่วย มียอดเงินตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท โดยทำมาตั้งแต่ปี 2550-2551 ก่อนที่จะได้เลิกไปเพราะทางคสช.เข้มงวด แต่ปัจจุบันก็ยังมีการจ่ายดอกอยู่ เนื่องจากบางคนยังจ่ายไม่ครบ ส่วนปืนของกลางที่พบเป็นของผู้กู้นำมาจำนำไว้ในราคา 50,000บาท ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นมาเฟีย และไม่เคยข่มขู่ผู้กู้ แต่เป็นการช่วยเหลือ ในส่วนของบัตรเอทีเอ็มนั้น มีหลายรายที่เมื่อกู้เงินตนไป ก็ไปอายัดบัตร และไม่คืนเงิน ตนจึงต้องทำสัญญาเป็นหลักฐานไว้ เผื่อใช้ฟ้องร้องเมื่อผิดสัญญา แต่ตนขอความเป็นธรรมด้วย ว่าตนไม่เคยเอารัดเอาเปรียบใคร

Advertisement

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพบหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินของต้นเดือนมิถุนายน2559

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ประกอบ ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต, เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด, มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตร อิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดและ มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ก.6